เมื่อเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะตกต่ำอย่างหนัก อันเป็นผลพวงจากความล้มเหลวของการทำงานของตลาดการเงิน ซึ่งทำงานอยู่บนฐานแห่งความโลภส่วนตน แต่ไร้ซึ่งการกำกับดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ เต็มไปด้วยโครงสร้างสิ่งจูงใจที่บิดเบือน และผลประโยชน์ทับซ้อน ทำให้ตลาดไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพเหมือนดังคำทำนายของทฤษฎีเศรษฐศาสตร์กระแสหลักมาตรฐาน ผู้คนทั่วโลกจึงเริ่มตั้งคำถามท้าทาย “ฉันทมติแห่งวอชิงตัน” อย่างหนักหน่วง ในฐานะปัจจัยสำคัญที่นำพาเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะวิกฤตรุนแรง และเกิดกระแสด้านกลับต่อฉันทมติแห่งวอชิงตัน เช่น การเรียกร้องระบบกำกับดูแลตลาด โดยเฉพาะตลาดการเงิน การสนับสนุนบทบาทของรัฐบาลในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นเป้าหมายด้านการจ้างงานเป็นสำคัญ เป็นต้น
รัฐ
ตลาด รัฐ และชุมชน ในมุมมองเศรษฐศาสตร์สถาบัน
ทั้ง “ตลาด” “รัฐ” และ “ชุมชน” ต่างมีจุดแข็งและจุดอ่อนที่แตกต่างกัน หากมองในแง่การจัดสรรทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ กระนั้น “ชุมชน” เป็นทางเลือกในการจัดสรรทรัพยากรที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกแห่งสัญญาไม่สมบูรณ์ ที่ “ตลาด” และ “มือที่มองไม่เห็น” ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์
คำถามที่น่าคิดก็คือ จริงละหรือที่ “ตลาด” คือกลไกจัดสรรทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพเพียงหนึ่งเดียว? มากไปกว่านั้น เกณฑ์การวัด “ประสิทธิภาพ” ที่นักเศรษฐศาสตร์กระแสหลักใช้พิสูจน์ว่า “ตลาด” เท่านั้นที่มีประสิทธิภาพ มีความเป็น “สากล” และ “เป็นกลาง” ที่จะใช้ประเมินผลแห่งความสำเร็จของสถาบันอื่น เช่น “รัฐ” หรือ “ชุมชน” ได้ด้วยหรือไม่ ?
