:: 2558 :: 5 ชอบ 5 ไม่ชอบ ::

ทุกปี นิตยสารสีสันจะเชิญชวนมิตรสหายคอลัมนิสต์ในเครือข่ายมาร่วมจัดอันดับ 5 ชอบ 5 ไม่ชอบประจำปี ตั้งแต่เด็ก เราก็ตามอ่านตามซื้อสีสันปีละเล่มคือเล่มนี้แหล่ะ เลยอยากลองบันทึกประสบการณ์เสพสื่อต่างๆ ในปี 2558 ที่ผ่านมาไว้บ้าง

5 ชอบ

1. หนัง: ปีที่ผ่านมา ดูหนังในโรงน่าจะประมาณสัก 50 เรื่อง แต่กลับรู้สึกว่าไม่มีหนังเรื่องไหนที่ประทับจิตติดตรึงใจเท่าไหร่ หลายเรื่องก็สนุกดี ชอบ เพลิดเพลิน แต่ก็นะ … ก็สนุกดี

หนังที่เข้าข่ายประทับใจ อาศัยวัดจากเกณฑ์ที่ยุให้คนอื่นไปดูต่อ ก็มี Life Itself (ทรงพลัง, ชอบบทความที่เอ๋เขียนถึงสารคดีเรื่องนี้มาก ไปดูด้วยกันแท้ๆ ทำไมมันเขียนได้เจ๋งขนาดนี้ ส่วนเราเขียนได้แค่ “ทรงพลัง” 555), Mad Max (เท่ ล้ำ สุด), Sicario (ลุ้น ระทึกตั้งแต่ต้นจนจบ หนักแน่นมาก), Inside Out (งดงาม), Citizenfour (นับถือ), Whiplash (เล่นกันมัน กดดันดี เก่งที่ทำหนังฝึกดนตรีให้ระทึกใจได้ยังกะหนังแอ็คชั่น), พี่ชาย my hero (หนังไทยที่ไม่ไทยๆ เอาเสียเลย), snap (ชอบอารมณ์นิ่งร้าว บาดแผล ชอบประเด็นประวัติศาสตร์ การบันทึก ความจริง) และเมย์ไหน (เซอร์ไพรส์สุด สนุก มันทำหน้าที่ของมันได้เจ๋งดี)

ส่วน Star Wars ก็สนุกดี ชอบ เพลิดเพลิน แต่ก็นะ … ก็สนุกดี (ที่ชื่นชมมากคือ J.J. เก่ง สมเป็นเทพรีบูตจริงๆ)

2. ซีรีส์: เดี๋ยวนี้ดูซีรีส์แล้วตื่นตาตื่นใจมากกว่าดูหนังโรง รู้สึกว่าโดยรวมๆ วงการซีรีส์ (อเมริกา) พัฒนาไปไกลกว่าวงการหนังฮอลลีวูด ซีรีส์เก่าๆ ที่ดูแล้วรู้สึกว่ายังรักษามาตรฐานได้เด็ดดวงเหมือนเดิม คือ The Good Wife, The Walking Dead, Game of Thrones, Orange is the new black, House of Cards, Homeland, The Americans, Veep, The Big Bang Theory

ปีที่แล้วมีซีรีส์ใหม่หรือซีรีส์เก่า (แต่เพิ่งเคยดู) ที่ชอบมากเพิ่มขึ้นมา คือ Better Call Saul, Daredevil, Suits และขอแนะนำสุดยอดซีรีส์ที่ฉายมาแล้วสองซีซั่น Fargo ใครคิดว่าหนังเจ๋งแล้ว ขอให้ไปพิสูจน์เวอร์ชั่นซีรีส์ครับ ตายไปเลย ตายจริงๆ

ส่วนซีรีส์เก่าแก่บางเรื่อง เช่น Grey’s Anatomy 12 ซีซั่นแล้ว จบได้แล้ว อยากเลิกดูแต่เลิกไม่ได้ เพราะดูมาสิบปีแล้ว รู้สึกว่าดูมาขนาดนี้แล้วก็เอาให้จบ อีกนิดหนึ่ง แต่อีกนิดหนึ่งของมันนี่ก็หลายปีแล้ว จนฆ่ากันตายจะหมดโรงพยาบาลแล้ว เอากันก็จะครบทุกคนแล้ว ก็ยังไม่ยอมจบสักที จริงๆ มันก็ยังพอทำงานได้ตามมาตรฐานของมันนะ แต่พล็อตซ้ำไปซ้ำมาน่าเบื่อ เดี๋ยวนี้เลยจัดเข้าไปในกลุ่มที่เปิดฟังเสียงแล้วทำงานอย่างอื่นไปด้วย

อีกรายการหนึ่งที่ผมชอบดูมากในปีที่ผ่านมาคือ The Late Show with Stephen Colbert ซึ่งมาแทนพิธีกรในตำนานอย่าง David Letterman จากการแกล้งสวมบท Colbert ฝ่ายขวามหาประลัยใน Colbert Report จนโด่งดัง รอบนี้ Colbert ได้เป็นตัวจริงของตัวเองเสียที Colbert ยกระดับ Late Show ของอเมริกาไปอีกขั้น เลือกเชิญแขกสารพัดวงการทั้งนักการเมือง นักเขียน นักวิทยาศาสตร์ ฯลฯ มาคุยในรายการ ผสมผสานอารมณ์ขัน ทั้งแบบปัญญาชน และแบบตลกโป๊งชึ่งได้อย่างลงตัว เสียดสีเรื่องการเมืองและสังคมวัฒนธรรมได้อย่างคมคายและร้ายกาจมาก ชอบลีลา ลูกเล่น และจังหวะการสัมภาษณ์ของเขาด้วย (ดูตอนสัมภาษณ์ไบเดน, เดอนีโร, บิล มาห์, แมนดี้ พาทินกิน จะเห็นตัวอย่างอันประเสริฐสำหรับพิธีกร เมื่อต้องเจอกับสถานการณ์เฉพาะหน้า คนหลังสุดตอนมาออก พูดไม่หยุด ปล่อยความคิดเรื่องการเมืองเป็นชุดยังกะปราศรัย Colbert ปล่อยให้พล่ามยาวจนจบ แล้วตัวเขาปิดด้วยประโยคสุดท้ายว่า “คำถามที่สองของผมคือ…” ฮากันทั้งแมนดี้ทั้งคนดู) ทั้งฉาก ห้องส่ง และกราฟิกรายการโทนน้ำเงินแดงก็เท่ล้ำนำสมัยดีมาก อยากดูรายการแบบนี้ในเมืองไทยบ้าง

อ้อ อีกเรื่องหนึ่งที่ชอบมากสำหรับรายการนี้คือไตเติลรายการพร้อมดนตรีประกอบของ John Batiste และวง Stay Human มันเจ๋งสุดๆ ชอบจริงๆ (ชมได้ตามลิงก์ข้างๆ นี้ครับ: ไตเติล T1, ไตเติลฉบับ director’s cut T2, ไตเติลหลัง paris attack  T3) รวมถึงผลงานเพลงและดนตรีในรายการด้วย

3. หนังสือเล่ม: ชอบวงการหนังสือในปีนี้ มีสำนักพิมพ์ใหม่ๆ ทำหนังสือดีๆ ออกมามากมายและหลากหลายมาก นิชขนาด “อ่านอิตาลี” ยังมี (นับถือ) เรียกว่าใช้ใจลุยกันเลย บ้างเจ้าใช้สองใจเลย (ไจไจ – นับถือเช่นกัน) บางเจ้ามีแค่ย่อหน้าก็ยังพิมพ์ออกมา (พารากราฟ – นับถืออยู่แล้น) วงการหนังสือเล่มดูจะมีระบบนิเวศทางความคิดความฝันที่อุดมสมบูรณ์ทีเดียว (แต่อยู่รอดกันอย่างไร ว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง) สวนทางกับสถานการณ์บ้านเมืองที่ชวนอึดอัดคับแคบ และสวนทางกับขาลงของวงการนิตยสาร

ผมรักวงการหนังสือก็ตรงนี้ มันเปิด มันบ้าดี อยากลอง…ลุย อยากลงสนาม…ลง มันเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่คนมีฝัน (ก็นักอ่านกันมาก่อนทั้งนั้น) ออกมาลุยสร้างฝันให้เป็นจริงได้ มันพร้อมช่วยเหลือสนับสนุนกัน ช่วยกันสร้างพื้นที่ให้กันและกันและให้เพื่อนใหม่ๆ ทีมเราเองก็เคยได้รับการสนับสนุนแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน

ปีนี้โชคดีได้รู้จักกับพี่สุชาติ (สวัสดิ์ศรี – ไม่ใช่ฟรีแลนซ์) ยังขอบพระคุณสิงห์ฯ ว่า อำนาจวรรณกรรมมีจริง … จริงๆ นะครับพี่! อย่างที่พวกพี่ๆ สร้างพวกผมๆ ขึ้นมานี่แหล่ะครับ

สำหรับผม ปีที่ผ่านมา ความโดดเด่นในเชิงมาตรฐานคุณภาพงาน ที่สุดยังอยู่ที่สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันและอ่าน สองสำนักพิมพ์ที่ผมชอบยกไว้เป็นจุดอ้างอิงของมาตรฐานการทำงานในวงการหนังสือเล่มเสมอ ซื้อกันเถิดทุกเล่มที่สองสำนักพิมพ์นี้พิมพ์ออกมา มันคืองานชั้นดีผ่านการปรุงจากกองบรรณาธิการชั้นดี ซึ่งยิ่งทำให้หนังสือทรงคุณค่ามากๆ

อีกสำนักพิมพ์ที่ผมรู้สึกว่ากำลังสร้างสรรค์มาตรฐานใหม่ๆ ในวงการคือ สำนักพิมพ์สมมติ รู้สึกว่าช่วง 1-2 ปีหลัง สมมติจับมั่นเอาอยู่ในทางของตัวเอง แม่นมากในทุกเรื่อง ทั้งการเลือกสรรหนังสือ ดีไซน์ ผู้เขียน-ผู้แปล การจัดซีรีส์ กระทั่งเครื่องเคียงอย่างดินสอ ยางลบ ถ้วยกาแฟ โปสการ์ด และบูธในงานหนังสือ พี่แกเอาหมด! ชื่นชมและนับถือครับ

4. คอลัมน์: นอกจากคอลัมน์ของอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ ที่ต้องตามอ่านเป็นประจำแล้ว ปีนี้ผมชอบงานเขียนคอลัมน์ของก้อง ฤทธิ์ดี มากๆ มากจนอยากให้มีคนเอาไปรวมเล่มจัง ในบางกอกโพสต์ยังมีข้อเขียนชั้นดีงามของพี่จ๋า สนิทสุดา เอกชัย ด้วย อยากให้มีคนเอาไปรวมเล่มเหมือนกันครับ ส่วนคอลัมน์การเมือง ใบตองแห้งยังคงโดดเด่นเสมอต้นเสมอปลาย และมุกหอม วงษ์เทศในวารสารอ่านคือที่สุด

ผมยังชอบงานเขียนของปิยบุตร แสงกนกกุล เรื่องกฎหมายในมติชนสุดสัปดาห์ แต่อยากอ่านแบบรวมเล่มรวดเดียวมากกว่า มติชนช่วยรวมเล่มให้อ่านหน่อยนะครับ จริงๆ อยากชวนให้ป๊อกเขียนคอลัมน์เป็นแบบจบในตอนแต่ละสัปดาห์มากกว่าเขียนเป็นเรื่องแห้งที่ลงเป็นชุดหลายตอนจบ ซึ่งเขียนเป็นงานวิชาการแล้วพิมพ์เป็นเล่มไปเลยดีกว่า พื้นที่ในมติชนสุดฯ ผมอยากอ่านความคิดความเห็นเชิงลึกด้านกฎหมายต่อปรากฏการณ์รอบตัวมากกว่า คิดว่ามุมมองปิยบุตรเรื่องกฎหมายมหาชนน่าสนใจเสมอ ส่วนลีลาฝีไม้ลายมือการเขียนเฉียบคมแน่นอนอยู่แล้ว

งานเขียนด้านเศรษฐกิจ งานที่โดดเด่นทั้งประเด็นและลีลา ทั้งความลึกและความใหม่สดของเนื้อหา ไม่มีใครเกิน พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย แห่งภัทร มาไม่บ่อย แต่มาแต่ละที เด่นจริงๆ ครับ ใครไม่เคยอ่าน ลองค้นหาอ่านดูครับ นี่ก็อีกคน ใครก็ได้ช่วยรวมเล่มหน่อย

ยังมีอีก 3 คนที่เขินนิดหน่อยที่จะชม เพราะเป็นคนใกล้ตัวใน The 101% ทั้งนั้น (เดี๋ยวเพื่อนจะพลอยเขินไปด้วย) ชอบงานเขียนนิ้วกลมในส่วนบทความที่เขียนเรื่องเชิงสังคมและการเมือง ชอบความหนักแน่นในประเด็นแต่ละมุนกลมมนในท่าทีและท่วงทำนอง ชอบวิธีการเล่าเรื่องและจังหวะการเขียนเวลาที่เอ๋เขียนเรื่องยากๆ แบบนี้ อยากชวนให้ลองอ่านหนังสือ “หากความเข้าใจยังมีอยู่จริง” และ “หยดน้ำในกองไฟ” กันดู

มาถึงคุณโตมร ชอบทุกชิ้นงานที่ออกมาเป็นตัวอักษรของพี่หนุ่ม ไม่ว่าจะเป็นคอลัมน์ หนังสือ บทสารคดี ฯลฯ มันเป็นส่วนผสมอันลงตัวของสารพัดสิ่งในทุกมิติ (ฟังดูลี้ลับมาก)

ปิดท้ายที่แชมป์ ทีปกร ชอบงานเขียนเรื่องโลกดิจิทัลและเทคโนโลยีแห่งอนาคตต่างๆ แชมป์พาท่องโลกอนาคตที่เราไม่ค่อยรู้เรื่องได้แบบเห็นประเด็นคมๆ ใหม่ๆ เชื่อมโยงเทคโนโลยีเข้ากับมิติสังคมวัฒนธรรม เศรษฐกิจการเมือง ได้น่าสนใจมาก ยิ่งเขียนยิ่งดีวันดีคืน

ส่วนเรื่องหนัง อันดับหนึ่งในใจผมคือคุณชาย filmsick ไม่มีเสื่อมคลาย เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมไปเป็นบรรณาธิการที่ไหน filmsick จะเป็นชื่อแรกๆ ที่ผมนึกถึงเสมอ (พร้อมกับชื่อสฤณี โตมร นิ้วกลม ประจักษ์ ปิยบุตร)

เรื่องศิลปวัฒนธรรมสารพัดวงการก็ต้องตามอ่านคุณคันฉัตร รังสีกาญจน์ส่อง อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน อะไรนะ … สะกดผิด … คันฉ่อง รังษีกาญจน์ฉัตร เหรอ … ไม่ใช่อีก … อ้อ คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง (ต่อไม่เคยคิดบ้างหรือว่าที่ชาวบ้านเขาชอบสะกดชื่อต่อผิด เป็นปัญหาของต่อพอๆ กับปัญหาของชาวบ้านเหล่านั้น 555) ต่อเป็นเหมือนเป็นเพื่อนที่ต้องเม้าท์กันทุกวัน หมายถึงตามอ่านเขาในเฟซบุ๊กนะครับ ซึ่งแปลว่ามันพูดเม้าท์แตกแดกดันของมันฝ่ายเดียวเป็นชุดๆ เราแค่นั่งอ่านนั่งฟังมันเงียบๆ แล้วหัวเราะดังๆ ตอนจบ

นอกจากนั้น ผมชอบอ่านบทกวี รวมถึงภาพการ์ตูนพร้อมคำบรรยายของพี่กฤช เหลือลมัย อย่างที่สุด (ใครก็ได้ รวมเล่มให้หน่อย) เสียดายหมีเขี่ยของทีปกร เวอร์ชั่นการ์ตูนการเมือง นานๆ ทีออกมาเขี่ยที ช่วงที่บ้าพลังเขี่ยมันเด็ดดวงมาก (อยากให้แซลมอนพิมพ์ 555) แต่กลับมาแต่ละทีก็ไม่ธรรมดา อยากให้กลับมาเขียนบ่อยๆ เวลาโดนเรียกจะได้ไปเป็นเพื่อนพี่กฤชด้วยกันสองคน แชมป์ไม่ต้องกลัว พี่กฤชทำอาหารอร่อย

5. การ์ตูน: การ์ตูนที่ชอบที่สุดตอนนี้คือ กินทามะ ตั้งแต่เข้าเรื่องยาวภาคลอบสังหารโชกุน ชอบมากๆ มีทุกอารมณ์ ตื่นเต้น ตลก เท่ ซึ้ง มัน บ้าบอ หักมุม พลังมิตรภาพ มันลงตัวมากๆ กลายเป็นการ์ตูนที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งที่เคยอ่านมาในชีวิต น่าเสียดายที่ปีนี้จะเข้าสู่บทจบเสียแล้ว

เรื่องต่อมาคือวันพีซ ปีที่ผ่านมา ภาคสู้กับดอน ฟลามิงโก สนุกมากๆ แม้จะไม่เท่าภาคสงครามฐานทัพเรือก็ตาม ปูเรื่องกันมหากาพย์ขนาดนี้ทำให้อยากรู้ว่าเมื่อเข้าบทจบจะยิ่งพีคขนาดไหน (คงอีกสิบปี ไม่รู้จะยังมีชีวิตอยู่ไหม)

บลีช บลีช บลีช เป็นการ์ตูนเรื่องแรกที่เลือกอ่านตอนใหม่ในแต่ละสัปดาห์ มันไม่เสียเวลา เพราะพลิกไม่กี่วินาทีก็จบ หลังๆ ไม่รู้แล้วว่ากูอ่านมึงทำไม แต่ก็ต้องอ่าน ชอบนะ ไม่ใช่ไม่ชอบ แต่มันมาถึงจุดที่ไม่มีเหตุผล ไม่ตระหนักรู้ถึงเหตุปัจจัยอะไรใดๆ แล้วในการต่อสู้ กูเสพความเท่ของพวกมึงและเปอร์สเปกทีฟฉากต่อสู้ของ kubo อย่างเดียว รอดูบังไคให้ครบทุกคน รอดูพวกมึงสู้-โม้-โชว์พลัง-เจอตบเกรียน-อีกฝ่ายโชว์พลังบ้าง-ย้อนอดีต-โชว์พลังแฝงอีกขั้น-อีกฝ่ายก็โชว์พลังแฝงด้วย-ตบเกรียนกันและกัน-จบ แล้วกูก็ไปดูพวกมึงคู่ต่อไปสู้กันต่อ ผ่านไปสักครึ่งปี พระเอกก็ค่อยโผล่ออกมาที

ส่วนการ์ตูนใหม่ที่ได้อ่านในปีที่ผ่านมาแล้วชอบเป็นที่สุดคือ Space Brothers เจ็บใจว่าเรามัวไปอยู่ที่ไหนมา ถึงเพิ่งได้อ่าน สนุกและอิ่มดี ใครสูญสิ้นความหวังก็ควรหาอ่านกัน

อ้อ … แล้วอยากอ่านคัยโอขิให้จบ เนชั่นช่วยพิมพ์ต่อให้จบหน่อยเถิดครับ หาอ่านในเน็ตไม่ได้

6. ทีวี: แม้ทำงานในวงการทีวีอยู่บ้าง แต่ดูทีวีน้อยมาก นอกจากดูบอล (ซึ่งตอนนี้ก็ดูไม่สนุกอีก) จริงๆ ไม่อยากใช้หัวข้อว่า “ทีวี” เพราะรายการที่คิดว่าโดดเด่นที่สุดไม่ได้อยู่บนทีวี แต่อยู่ออนไลน์ นั่นคือ “เจาะข่าวตื้น” ของคุณจอห์น วิญญู และพ่อหมอ ขอได้รับความชื่นชมสุดหัวใจจากผมที่สามารถทำรายการแบบนี้ในสถานการณ์แบบนี้ ด้วยเนื้อหา ลีลา อารมณ์ขันแบบนี้ได้สม่ำเสมอ

อีกรายการ (คราวนี้เป็นทีวีแล้ว) ที่เฝ้าดูด้วยความชื่นชมคือ “สามัญชนคนไทย” ที่มีมาโนช พุฒตาล ดำเนินรายการ เป็นรายการปฏิรูปประเทศไทยที่ทำได้น่าดูชมเลย น้ำเสียงดี เข้าถึงและสนุก ใช้พี่ซันได้ถูกทางมากๆ คนคิดคนทำเก่ง

ที่ชื่นชมอีกรายการคือ ฮอร์โมน ซีซั่นสาม ซีซั่นนี้พาวงการละครไทยไปไกลกว่าเดิมมาก ใจกล้าและเด็ดขาดกว่าทุกซีซั่นที่ผ่านมา ประเด็นก็ดี โปรดักชั่นก็ยอด ขอชื่นชมทีมงานเบื้องหลังทุกคนครับ (โดยเฉพาะทีมบทและกำกับ) ดูแล้วเห็นชัดเลยว่าทำการบ้านกันหนักมาก คิดกันแต่ละเม็ดละเอียดมาก จุดอ่อนถ้ามีอยู่บ้างคือเรื่องฝีมือการแสดงของน้องๆ หน้าใหม่ ซึ่งเข้าใจได้สำหรับเรื่องแรกกับงานยากขนาดนี้ (ยกน้องออยขึ้นหิ้งไว้คน ที่ฝากการแสดงไว้เลอค่ามาก) ส่วนสิ่งที่น่าผิดหวังอย่างยิ่งในซีซั่นนี้คือ … สไปรท์ไปไหน!!! (โผล่มาแค่ในมือถือตอนจบเนี่ยนะ!)

สุดท้าย รายการพื้นที่ชีวิต ชุด วรรณกรรมแห่งเสรีภาพ สุดยอดมาก นักอ่านที่ชื่นชอบปีศาจ, เจ้าชายน้อย, ขุมทรัพย์ที่ปลายฝัน, แม่ ฯลฯ ห้ามพลาด เข้าไปดูกัน รายการทีวีดีๆ ยังมีอยู่บนหน้าจอโทรทัศน์นะครับ (ถ้ามีเวลาดู ก็ฝากวัฒนธรรมชุบแป้งทอดอีกรายการ โดยเฉพาะชุดปฏิรูปประเทศไทยด้วยคำถาม … ดีจริงๆ นะ)

พูดถึงวงการทีวีไทย ก็อยากดูรายการ hard talk ว่าด้วยการเมือง เศรษฐกิจ สังคมดีๆ แน่นๆ คมๆ สนุกๆ ใครช่วยทำให้ชมหน่อย ในฐานะคนดู อยากเห็นคุณภิญโญกลับไปจัดรายการทอล์ก แต่ในฐานะเพื่อน พี่พิมพ์คัมภีร์จีนโบราณ เป็นผู้เชี่ยวชาญปัญญาชาจีน ปัญญาญี่ปุ่น อิตาลี เอเธนส์ ไปน่ะถูกต้องเหมาะสมที่สุดแล้ว อยู่เป็น เย็นสุข

5 ไม่ชอบ

1. การดูบอลสุดสัปดาห์ (กลางสัปดาห์ไม่ได้เล่น!): จากการดูบอลด้วยความสุขมาทั้งชีวิต แฟนผีอย่างเราๆ ก็ได้เรียนรู้ความรู้สึกทั้งชีวิตของแฟนหงส์แดง แค่สามปี ผมยังรู้สึกขนาดนี้ พวกพี่ๆ เดอะค็อป ทนกันมาเกือบสามสิบปี (and beyond) ได้ยังไง!

2. หลุยส์ ฟาน กัล: วัฒนธรรมแมนยู เราไม่ปลดโค้ชง่ายๆ เราพร้อมให้โอกาสเสมอ แต่ถ้าใครช่วยปลดออกไปหน่อย เราก็คงไม่ต่อต้านคัดค้านอะไร แถมพร้อมต้อนรับโค้ชใหม่ด้วยรอยยิ้ม ตามประสาชนชั้นกลางไทย

แต่ถ้ายังอยู่ ขออะไรง่ายๆ สักอย่าง ส่งชไนดี้กับเอเรร่าลงตัวจริงทุกสัปดาห์ได้ไหม

3. เดปาย & รูนีย์: เพราะอะไร? มันเป็นปัญหาระดับปัจเจกหรือปัญหาเชิงโครงสร้าง เชิงสถาบัน บอกผมที

4. ชิชาร์ & อาร์วีพี: ปล่อยเขาไปทำไม ถ้าไม่มีใครมาแทน

ขอจบการรีวิวปี 2558 แต่เพียงเท่านี้ ใครที่สงสัยว่านับแล้วมัน 5 ชอบ 5 ไม่ชอบ ตรงไหน อย่ามาถามหาเหตุผลเอากับผม ผมลอกแบบมาจากเหล่าคอลัมนิสต์ผู้มาก่อนในสีสัน (ผู้ทำให้ผมสูญเสียตรรกะทางคณิตศาสตร์มาตั้งแต่เด็ก) คุณเข้าใจจตุรเทพห้าคนในคุโรมาตี้ไหม คุณเข้าใจคนสี่คนที่ถูกจับเพราะชุมนุมกันเกินห้าคนที่เมืองนนท์ไหม

ถ้าไม่เข้าใจ ประเทศนี้อาจไม่เหมาะสำหรับคุณ!

Print Friendly