ต้นเดือนมิถุนายนหลังกลับจากเที่ยวญี่ปุ่น ลิ้นเผลอไปแตะกระพุ้งแก้มขวาท่าไหนไม่รู้ รู้สึกว่ามันนูนๆ ขึ้นมาผิดปกติ เลยเอามือคลำดู เจอก้อนเล็กๆ ไม่นุ่มนิ่ม แต่ไม่ถึงกับแข็งโป๊ก เหมือนเป็นไตๆ ไม่เจ็บไม่ปวดไม่แดงไม่เป็นแผล เป็นก้อนอยู่ใต้เนื้อเยื่อปาก
.
ทิ้งไว้ 3-4 วัน ดูท่าจะไม่ยุบไปเอง ไม่รู้ว่าเป็นอะไร เลยไปหาหมอฟันประจำแถวอารีย์ หมอคลำดูก็บอกว่าไม่แน่ใจ อาจจะเป็นต่อมน้ำลายคั่ง แต่มันก็เป็นก้อนแข็ง ไม่ใช่ถุงน้ำ หมอเลยบอกว่าให้จับตาดูสักหนึ่งเดือน ถ้าไม่ยุบหรือแตกไปเอง โดยเฉพาะถ้ายิ่งโตขึ้น ก็ควรไปหาหมอเฉพาะทาง
.
รออยู่หนึ่งเดือน ไม่ยุบสักที แต่ก็ไม่ถึงกับโตขึ้นชัดเจน ยังไม่มีแผล ไม่เจ็บไม่ปวดเหมือนเดิม ต้นเดือนกรกฎาคมเลยตัดสินใจไปหาหมอ คราวนี้วางแผนไปหาอาจารย์หมอโรงเรียนทันตแพทย์ เผื่อต้องผ่าตัด สุดท้ายเลือกไปที่ทันตแพทย์ จุฬาฯ
.
ย้อนกลับไปสัก 25 ปีก่อน เคยมีประสบการณ์ดีๆ ที่นี่ ตอนนั้นเพิ่งเป็นอาจารย์ใหม่ๆ ได้รับเชิญไปสอนหนังสือต่างจังหวัด ระหว่างรอเครื่องบินขากลับที่สนามบิน กินไอติมบลิซซาร์ดแดรี่ควีน ได้ยินเสียงดังกร็อบกรุบ อะไรแข็งๆ อยู่ในไอติมวะเนี่ย ปรากฏเป็นฟันตัวเอง ฟันแตกออกมาซีกหนึ่ง (กินไอติมยังไงให้ฟันหัก) กลับถึง กทม. หมอบอกรักษาฟันไว้ไม่ได้ จับถอนออก นับเป็นการสูญเสียฟันแท้ซี่แรกและซี่เดียวในชีวิต
.
อาจารย์ที่คณะเศรษฐศาสตร์ท่านหนึ่งแนะนำว่าอายุยังน้อย ทำฟันปลอมแบบรากฟันเทียมไปเลย ได้ใช้งานยาวไกลไปทั้งชีวิตถือว่าคุ้ม ช่วงนั้นราคายังสูงมาก หมอฟันที่ทำได้ก็ยังไม่แพร่หลายเท่าทุกวันนี้ พอตัดสินใจแน่วแน่เลยไปถามเพื่อนสนิทที่มีพี่สะใภ้เป็นหมอฟัน พี่สาวส่งไปหาอาจารย์ของตัวเอง ที่ทันตะจุฬา
.
ยังจำได้ว่าตอนตรวจฟันและทำฟันจะมีนักศึกษาทันตแพทย์มามุงดูด้วย อาจารย์รักษาเรา ก็สอนนักศึกษาไปด้วย เป็นประสบการณ์ใหม่ที่เขินดี สุดท้ายได้ฟันใหม่ออกมาอย่างยอดเยี่ยม ใช้งานได้ดีจนถึงวันนี้ ไม่เคยต้องเข้าโรงซ่อม เวลาเจอหมอใหม่ๆ ตรวจฟัน หรือบางทีเอ็กซเรย์ฟัน หมอฟันมักจะถามว่าซี่นี้ทำมานานหรือยัง งานดีมาก เรียบร้อยมาก พอบอกทุกคนว่าทำกับอาจารย์ ‘ปาหนัน’ ทุกคนก็จะร้องโอ้โหว่าอาจารย์เนี้ยบทุกเคสจริงๆ หลายคนก็แสดงตัวเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ ถือเป็นโชคดีของเรา
.
กลับมาที่ก้อนเนื้อในปัจจุบัน เมื่อค้นคว้าดู เขาให้ไปพบหมอศัลยศาสตร์ช่องปาก ฤกษ์ดีวันหนึ่งต้นกรกฎาคม ประชุมงานเสร็จเร็ว เลยลองไปที่คลินิกพิเศษช่วงเย็น ฤกษ์ร้ายคือวันนั้นฝนถล่มหนักมาก เปียกปอนไปตามๆ กัน
.
ไม่ได้มาที่ทันตะจุฬาร่วม 25 ปี จำไม่ได้ว่าอะไรเปลี่ยนไปบ้าง แต่สถานที่สะอาดเรียบร้อย คลินิกพิเศษอยู่ตึกใหม่ เจ้าหน้าที่ทุกคนช่วยเหลือดี น่ารัก นิสัยดีมาก ตั้งแต่เคาเตอร์แรกที่ติดต่อ มาจนทะเบียนประวัติ และพยาบาล ตั้งแต่ตึกเก่ายันตึกใหม่
.
ที่นี่ต้องพบหมอคัดกรองก่อน คุณหมอจะตรวจเบื้องต้น โดนคลำก้อนเนื้อเป็นรอบที่สอง หมอบอกว่าประมาณ 1 เซนติเมตร แล้วหมอก็ส่งไปเอ็กซเรย์ฟันและขากรรไกรแบบพาโนรามิก กลับมาหมอบอกว่ามีฟันฝังซ่อนอยู่ในเหงือกซี่หนึ่งตรงแถวฟันหน้า ไม่เคยรู้มาก่อน และไม่เคยรู้สึกเจ็บเช่นกัน หมอบอกไม่เป็นไร ไม่ต้องไปยุ่งกับมัน ส่วนก้อนที่แก้มจะส่งต่อไปให้หมอศัลยศาสตร์ช่องปากลุยต่อ
.
หมอคัดกรองบอกว่า ถ้ามีหมอว่างก็น่าจะผ่าออกวันนี้ได้เลย ทุกคนน่าจะทำได้หมด พอออกมาเจอทีมเจ้าหน้าที่ด้านหน้า รับแจ้งว่าวันนี้หมอคิวเต็มหมดทุกคนแล้ว ต้องนัดมาใหม่ เราก็นัดหมายในอีก 3-4 วันต่อมา อยากจบ ไม่ชอบค้างคา
.
ถึงวันนัดเจอหมอศัลยศาสตร์ช่องปากท่านแรก วันนี้เตรียมตัวเตรียมใจมาโดนผ่ามาก รอจนถึงคิว หมอจับคลำๆ ดูเป็นมือที่สาม รอบนี้คลำทุกมุมทุกองศาทุกทิศทาง หมอบอกว่าน่าจะสัก 1-1.5 เซนติเมตร ลักษณะแบบนี้เป็นได้หลายอย่าง ไม่รู้ว่าเป็นอะไรจนกว่าจะผ่าออกมาดู มีโอกาสว่าจะเป็นเนื้องอกที่กล้ามเนื้อหรือเส้นประสาทได้ แต่ไม่ควรผ่าที่นี่ตอนนี้ ควรเข้าไปทำในห้องผ่าตัด คุณหมอแจ้งว่าจะแนะนำส่งต่อไปให้คุณหมอศัลยศาสตร์ช่องปากมือดีอีกท่านหนึ่ง ทำในคลินิกปกติในเวลาราชการดีกว่า จะได้ติดตามการรักษาต่อไปได้สะดวก
.
แต่หมอดูจากลักษณะที่เป็นแล้ว ไม่คิดว่าจะเป็นเนื้อร้าย เพราะไม่มีแผล ไม่เจ็บไม่ปวด แต่ก็ควรผ่าดูและเอาออกมาตรวจเพื่อให้แน่ใจ
.
ให้หลังอีกสามวัน ผมก็ไปพบคุณหมอศัลยศาสตร์ช่องปากท่านที่สองในคลินิกศัลยศาสตร์ในเวลาราชการ รอบนี้ประสบการณ์เก่าก็กลับมา เพราะมีทีมนักศึกษาของคุณหมอมาร่วมตรวจโรคด้วยอีก 5-6 คน คุณหมอคลำดูเป็นมือที่สี่ ก็บอกเช่นเดียวกันว่าน่าสนใจ ก้อนแบบนี้ตรงนี้เจอไม่บ่อย
.
“หายากไม่เป็นไร อย่าหายยากก็แล้วกัน” — ผมยังจำคำคุณหมอแม่น
.
คุณหมอคลำเสร็จก็เอ่ยปากขออนุญาต “ให้ทีมคลำดูเพิ่มอีกสักหน่อยได้ไหมครับ” ผมบอกว่า “ยินดีเพื่อการศึกษาอยู่แล้วครับ (สปิริตครูเก่า) ให้อีกสามคลำเลยครับ” คุณหมอตอบว่า “สักสองคลำก็พอครับ” ว่าแล้วก้อนนี้ก็อยู่ในมือที่ห้าและหก
.
ผ่านมารวมหกคลำ ก็ถึงโมเมนต์ได้วางแผนผ่าตัดกันเสียที ต้องรอคิวคุณหมออีกประมาณ 3 สัปดาห์ นัดหมายกันวันที่ 24 กรกฎาคม (เผื่อใครต้องการตัวเลขเสี่ยงโชค) ระหว่างรออีกสามสัปดาห์ก็ตื่นเต้นดี ค้นคว้าอ่านหาข้อมูล คุยกับเอไอไปเรื่อยๆ อดกังวลไม่ได้ทั้งที่คุณหมอบอกว่าไม่น่าจะเป็นเคสที่แย่เพราะไม่ได้เป็นแผลและไม่ได้โตเร็ว แต่เปิดมาแล้วจะเจออะไร อันนี้ไม่รู้จริงๆ ออกได้หลายหน้า ยากง่ายต่างกัน เป็นคนไม่ชอบธรรมชาติแบบกล่องสุ่มของปัญหาสุขภาพทั้งปวง
.
ตอนช่วงใกล้ผ่าตัดก็บอกแม่กับพี่พรว่าจะไปผ่าตัด ไม่ได้รีบบอกตั้งแต่ตอนเจอใหม่ๆ เพราะกลัวแม่จะเป็นกังวล พี่พรได้ยินก็ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติมว่า “ป้องจำไม่ได้เหรอ ว่าคุณทวดเสียเพราะมะเร็งช่องปาก เป็นตรงกระพุ้งแก้มเหมือนกันเลย” ช่วยเพิ่มความตื่นเต้นให้กับชีวิตได้เป็นอย่างดี แต่สอบถามหมอและเอไอแล้ว คิดว่าพฤติกรรมน่าจะมีผลมากกว่าพันธุกรรม เราไม่ได้มีพฤติกรรมเสี่ยงอะไร และดวงเราก็ไม่น่าจะขนาดนั้นหรอกมั้ง (ถึงตรงนี้ นอกจากจะใช้เอไอคุยเรื่องการแพทย์แล้ว ก็ใช้เอไอดูดวงด้วย หมอดูเอไอตรวจดวงชะตาแล้วบอกว่ายังไม่ถึงคราวเคราะห์)
.
ตลอดระยะเวลาการรักษาที่ทันตะจุฬา ต้องบอกทุกคนเลยว่า ที่นี่เป็นสถานพยาบาลที่ดีมากๆ อย่างที่บอกตอนต้นว่าเจ้าหน้าที่ อาคารสถานที่ วัสดุอุปกรณ์ ระบบการทำงาน ดีไปหมด ประทับใจ ฝั่งคุณหมอยิ่งประทับใจ ทุกคนให้เวลาอย่างดี ตอบคำถามคนช่างถามอย่างเราได้ทุกเรื่อง อธิบายอย่างมีเหตุมีผล ทำให้เข้าใจชัดเจน มีจิตวิญญาณความเป็นแพทย์สูง
.
คุณหมอมีลูกศิษย์ปริญญาโทสองคนที่มาช่วยดูแล และมาช่วยผ่าตัด คุณหมอให้ช่วยดูแลและตอบคำถามต่างๆ ก่อนหน้าจะผ่าตัด คุณหมอในทีมที่ดูแลเคสก็โทรมาสอบถามเรื่องยาที่กินประจำด้วยตัวเอง และให้คอนแทคติดต่อกรณีมีคำถามเรื่องการเตรียมตัวหรือถ้ามีอาการอะไรก่อนผ่าตัด เรียกว่าใส่ใจคนไข้อย่างดีมาก
.
เมื่อถึงวันผ่าตัด คุณหมอหลักมาช่วยดูแลรับผิดชอบอย่างใกล้ชิด โดยสองคุณหมอที่กำลังเรียนปริญญาโทศัลยศาสตร์เป็นคนลงมือ ระหว่างทาง อ้าปากไปก็ฟังคุณหมอไป คุณหมอก็คอยสอนเคส คุณหมอรุ่นพี่ก็คอยสอนคุณหมอรุ่นน้องไปด้วย ทุกคนมีความเป็นครู และทั้งสามหมอก็อธิบายให้เราฟังตลอดว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่ เจออะไร เป็นอย่างไร
.
พอผ่าเปิดแผลไม่นาน คุณหมอก็บอกเลยว่าไม่น่ากังวล เคสนี้ “หายาก แต่หายไม่ยาก” ได้ยินดังนั้น หัวใจที่เต้นแรงด้วยความตื่นเต้นก็ผ่อนคลายลง
.
สรุปว่าต่อมน้ำลายตรงกระพุ้งแก้มอักเสบ ท่อมันอุดตัน น้ำลายเลยดันจนต่อมแตก แล้วมันคั่งซึมกระจายอยู่ในเนื้อเยื่อจนเป็นก้อนคลำได้จากภายนอก ต้องผ่าเลาะออกมาเป็นชิ้นๆ (ถ้าอธิบายผิด เป็นปัญหาที่ผมฟังไม่รู้ความเอง แต่เข้าใจประมาณนี้) หมอว่าปกติจะเจอบ่อยบริเวณริมฝีปากมากกว่ากระพุ้งแก้ม แต่ถือว่าเป็นงานไม่ยาก มีอะไรที่เป็นไปได้ซึ่งยากกว่านี้ แต่ดีแล้วที่ไม่เป็น เดี๋ยวหมอจะอัพเดทให้คุณหมอศัลยศาสตร์ท่านแรกด้วย เพราะอาจารย์ฝากมาบอกว่าถ้าผ่าแล้วให้แจ้งผลด้วย
.
คุณหมอตัดชิ้นเนื้อไปตรวจตามกระบวนการ ผ่านมา 10 วัน เมื่อบ่ายวันจันทร์ที่ผ่านมาไปหาหมอดูแผล หมอแจ้งว่าผลออกแล้วไม่ใช่เนื้อร้าย เป็นอันสิ้นสุดประสบการณ์ลุ้นก้อนเล็กๆ ในแก้มตลอดสองเดือนที่ผ่านมา ถือว่าเป็นแบบฝึกหัด เพราะเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยที่ต้องลุ้นเกมวัดโชคทำนองนี้ ซึ่งน่าจะถาโถมเข้ามาอีกหลายระลอกในอนาคต
.
ขอบคุณคุณหมอ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ทันตะจุฬาทุกคน ที่ดูแลรักษาคนไข้ทุกคนด้วยมาตรฐานที่น่าประทับใจ ที่สำคัญราคายังเป็นธรรมมาก นึกไม่ออกเลยว่าถ้าไปรักษาข้างนอก ราคาจะสูงกว่านี้กี่เท่าตัว
.
ตอนนี้ก็ได้แต่รอตัดไหมสัปดาห์หน้า และรอให้แผลผ่าตัดหายสนิท จะได้กินชดเชยเสียที (น้ำหนักลดไปอีก 1.5 กิโลระหว่างสัปดาห์แรกที่กินอะไรไม่ค่อยได้) ช่วงนี้ก็อาศัยกินไอติมไปก่อน เขาว่าของเย็นช่วยรักษาแผลได้ดี.
