ข้าพเจ้ามีความฝัน

เขียน: 30 สิงหาคม 2556

 

28 สิงหาคม 1963 มาร์ติน ลูเทอร์ คิง จูเนียร์ กล่าวสุนทรพจน์แห่งประวัติศาสตร์ ‘ข้าพเจ้ามีความฝัน’ เบื้องหน้าฝูงชนกว่า 250,000 คน ณ อนุสรณ์สถานลิงคอล์น กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

สุนทรพจน์ที่ต่อสู้กับ ‘ความจริง’ ด้วย ‘ความฝัน’ … ‘ความฝัน’ ที่ย้อนกลับไปเปลี่ยนโลก ‘ความจริง’ จากโหดร้าย สู่เสรีและยุติธรรม

ขอร่วมรำลึก 50 ปี แห่ง ‘ความฝัน’ ของ ดร.คิง ด้วย ‘ข้าพเจ้ามีความฝัน’ ภาคภาษาไทย ที่ผมแปลไว้สำหรับหนังสือ ‘สุนทรพจน์ก้องโลก’ (Speeches that changed the world)
……….

เมื่อหนึ่งร้อยปีก่อน คนอเมริกันที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง ผู้แผ่สัญลักษณ์แห่งร่มเงาให้พวกเรายืนอยู่ได้อย่างร่มเย็นในวันนี้ ได้ลงนามในคำประกาศปลดปล่อยทาส คำสั่งอันแสนยิ่งใหญ่นี้เป็นดั่งดวงประทีปแห่งความหวังของเหล่าทาสนิโกรหลายล้านคน ผู้ถูกแลบเลียด้วยเปลวเพลิงแห่งความอยุติธรรมที่กัดกร่อนศักดิ์ศรี มันเป็นดั่งรุ่งอรุณแห่งความปีติยินดีที่จะยุติค่ำคืนอันยาวนานแห่งการจองจำ

แต่อีกร้อยปีต่อมา นิโกรยังคงไร้ซึ่งเสรีภาพ หนึ่งร้อยปีต่อมา ชีวิตของนิโกรก็ยังคงพิกลพิการอย่างน่าเศร้าด้วยพันธนาการแห่งการแบ่งแยกสีผิวและห่วงโซ่แห่งการเลือกปฏิบัติ  หนึ่งร้อยปีต่อมา นิโกรยังคงใช้ชีวิตอยู่บนเกาะอันเดียวดายแห่งความยากจนกลางมหาสมุทรอันกว้างไพศาลแห่งความเจริญรุ่งเรืองทางวัตถุ  หนึ่งร้อยปีต่อมา นิโกรยังคงอยู่อย่างซังกะตายตามซอกมุมของสังคมอเมริกาและรู้สึกเหมือนเป็นคนต่างแดนในแผ่นดินของตัวเอง ดังนั้น พวกเรามาชุมนุมร่วมกันที่นี่ในวันนี้ เพื่อทำให้สภาพอันน่าสมเพชนี้เป็นที่ประจักษ์ชัด

ในแง่หนึ่ง พวกเราเดินทางมายังเมืองหลวงเพื่อเอาเช็คมาขึ้นเงิน เมื่อครั้งที่เหล่าสถาปนิกของสาธารณรัฐแห่งนี้จารึกถ้อยความสุดวิเศษลงในรัฐธรรมนูญและคำประกาศอิสรภาพ พวกเขากำลังลงนามในตั๋วสัญญาซึ่งเป็นมรดกของชาวอเมริกันทุกคน เอกสารนี้คือพันธสัญญาว่า คนทุกคน ใช่ คนผิวดำเช่นเดียวกับคนผิวขาว จักได้รับการประกันสิทธิอันมิอาจพรากไปได้ นั่นคือ สิทธิในชีวิต เสรีภาพ และการแสวงหาความสุข แต่เป็นที่ชัดเจนว่าในวันนี้ อเมริกาได้เบี้ยวหนี้ตามตั๋วสัญญานี้ โดยคำนึงถึงสีผิวของพลเมืองเป็นที่ตั้ง แทนที่จะเคารพพันธะผูกผันอันศักดิ์สิทธิ์ อเมริกากลับมอบเช็คเด้งให้แก่ประชาชนนิโกร เช็คที่ถูกส่งคืนพร้อมตราประทับว่า ‘ไม่มีเงินเพียงพอ’

แต่พวกเราไม่ยอมเชื่อว่าธนาคารแห่งความยุติธรรมได้ล้มละลายลงแล้ว เราไม่ยอมเชื่อว่าไม่มีเงินเพียงพอในคลังมหึมาที่อัดแน่นด้วยโอกาสของประเทศนี้ ดังนั้น เราจึงเดินทางมาที่นี่เพื่อนำเช็คใบนี้มาขอขึ้นเงิน เช็คใบที่จะจ่ายเป็นความรุ่มรวยของเสรีภาพและความมั่นคงของความยุติธรรมทันทีที่เรายื่นให้

พวกเราเดินทางมายังสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เพื่อย้ำเตือนอเมริกาว่า คำว่า ‘เดี๋ยวนี้’ หมายถึงความเร่งด่วนอันรุนแรง ไม่มีเวลาที่จะมาฟุ่มเฟือยกับความใจเย็น หรือกลืนกินมาตรการค่อยเป็นค่อยไปเป็นยาระงับประสาท บัดนี้ถึงเวลาทำให้สัญญาแห่งประชาธิปไตยบังเกิดขึ้นจริง บัดนี้ถึงเวลาที่ต้องลุกขึ้นให้พ้นจากความมืดมนและอ้างว้างของหุบเขาแห่งการแบ่งแยกสีผิวสู่ทางเดินอันเจิดจรัสแห่งความยุติธรรมทางเชื้อชาติ  บัดนี้ถึงเวลาที่จะยกระดับชาติของเราจากหล่มปลักแห่งความอยุติธรรมทางเชื้อชาติไปยังภูผาแกร่งแห่งภราดรภาพ บัดนี้ถึงเวลาที่จะทำให้ความยุติธรรมกลายเป็นความจริงสำหรับบุตรธิดาแห่งพระเจ้าทุกผู้ทุกนาม

ประเทศชาติจะประสบความหายนะหากมองข้ามห้วงเวลาแห่งความเร่งด่วน ฤดูร้อนอันอบอ้าวจากความไม่พอใจอันชอบธรรมของนิโกรจะไม่ผ่านพ้นไปจนกว่าฤดูใบไม้ร่วงอันเปี่ยมด้วยชีวิตชีวาแห่งเสรีภาพและความเท่าเทียมจะมาถึง  ปี 1963 มิใช่จุดสิ้นสุด หากเป็นจุดเริ่มต้น ผู้คนที่คาดหวังว่านิโกรต้องการเพียงแค่ระเบิดความอัดอั้นแล้วก็คงจบลงด้วยความรู้สึกพอใจจะตื่นตะลึงอย่างรุนแรงหากประเทศชาติยังคงกลับไปดำเนินชีวิตดังเช่นที่เคยเป็นมา จะไม่มีความเงียบสงบและสันติในอเมริกาจนกว่านิโกรจะได้รับสิทธิพลเมืองอย่างแท้จริง ความปั่นป่วนจากการจลาจลจะดำเนินต่อไปเพื่อสั่นคลอนรากฐานของประเทศนี้จนกว่าวันอันเจิดจ้าด้วยความยุติธรรมจะบังเกิด

แต่มีบางสิ่งบางอย่างที่ข้าพเจ้าต้องบอกกล่าวกับประชาชน ผู้ยืนอยู่ตรงปากประตูอันอบอุ่นเบื้องหน้าปราสาทแห่งความยุติธรรม ในกระบวนการที่จะพาสู่สถานะอันถูกต้องและชอบธรรม เราต้องบริสุทธิ์จากการกระทำความผิดต่างๆ เราต้องไม่ดับความกระหายในเสรีภาพของพวกเราด้วยการดื่มจากถ้วยแห่งความขมขื่นและความเกลียดชัง  เราต้องดำเนินการต่อสู้บนฐานแห่งเกียรติภูมิและวินัยอันสูงส่ง  เราต้องไม่ยอมให้การประท้วงที่สร้างสรรค์ของเราลดต่ำลงสู่ความรุนแรงทางกายภาพ  ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เราต้องยืนหยัดอย่างสง่างามของการปะทะพลังแห่งร่างกายด้วยพลังแห่งจิตวิญญาณ

ความมุ่งมั่นต่อสู้ครั้งใหม่อันแสนวิเศษ ซึ่งปกคลุมทั่วทั้งชุมชนนิโกร ต้องไม่ทำให้พวกเราเลิกไว้วางใจคนผิวขาวทั้งปวง พี่น้องคนขาวหลายคนตระหนักดีแล้วว่าชะตากรรมของพวกเขาผูกติดกับชะตากรรมของพวกเรา เสรีภาพของพวกเขาผูกพันอย่างแนบแน่นกับเสรีภาพของพวกเรา การมาร่วมชุมนุมของพวกเขาในวันนี้เป็นประจักษ์พยานได้เป็นอย่างดี พวกเราไม่สามารถก้าวเดินอย่างเดียวดายได้

และขณะที่เราก้าวเดินไปพร้อมกัน พวกเราต้องร่วมกันตั้งมั่นว่า เราจะต้องก้าวเดินไปข้างหน้าเสมอ เรามิอาจหันหลังกลับได้ มีคนถามนักต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมืองว่า ‘เมื่อไหร่พวกคุณถึงจะพอใจ?’ เรามิอาจพอใจได้ ตราบที่นิโกรยังเป็นเหยื่อของความทารุณโหดร้ายอันน่าสะพรึงกลัวขนหัวลุกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ  เรามิอาจพอใจได้ ตราบที่ร่างกายอันหนักหน่วงจากความการเดินทางที่เหนื่อยล้าของเรามิอาจเข้าพักในโรงแรมริมทางหลวงหรือโรงแรมในเมืองได้  เรามิอาจพอใจได้ ตราบที่นิโกรในมิสซิสซิปปียังไม่มีสิทธิลงคะแนนเสียงและนิโกรในนิวยอร์กยังเชื่อว่าไม่มีประโยชน์ที่จะออกไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง  ไม่ ไม่ เราไม่พอใจและเราจะไม่พอใจจนกว่าความยุติธรรมจักหลั่งรินลงมาดุจสายน้ำ และความถูกต้องเที่ยงธรรมจักไหล่บ่าดังกระแสน้ำเชี่ยว

ใช่ว่าข้าพเจ้าจะไม่รู้ว่าพวกท่านบางคนได้ผ่านความโศกเศร้าและความทุกข์ยากมามากแล้ว กว่าจะมาถึงที่นี่ บางคนเพิ่งออกมาจากห้องขังอันคับแคบ บางคนมาจากพื้นที่ซึ่งการแสวงหาเสรีภาพได้ทำให้ท่านสะบักสะบอมจากพายุแห่งความปองร้ายและโซซัดโซเซจากสายลมแห่งความทารุณกรรมของตำรวจ  พวกท่านมีประสบการณ์กับความทุกข์ทรมานอย่างช่ำชอง จงต่อสู้ต่อไปด้วยศรัทธาว่าความทุกข์ยากที่ไม่คู่ควรนี้สามารถถูกปลดเปลื้องได้  จงกลับไปยังมิสซิสซิปปี จงกลับไปยังอลาบามา จงกลับไปยังเซาท์แคโรไลนา จงกลับไปยังจอร์เจีย จงกลับไปยังหลุยเซียนา จงกลับไปยังสลัมและชุมชนแออัดในเมืองทางเหนือของเรา โดยรับรู้ว่าไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม สถานการณ์เช่นนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และมันจะเปลี่ยนแปลงไป  ขอให้พวกเราอย่าจมปลักอยู่ในหุบเขาแห่งความสิ้นหวัง หมู่มิตรทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอกล่าวกับพวกท่านในวันนี้ว่า แม้พวกเราจะต้องเผชิญความยากลำบากในวันนี้และวันพรุ่ง แต่ข้าพเจ้าก็ยังมีความฝัน ความฝันที่หยั่งรากลึกลงไปในความฝันแบบอเมริกัน

ข้าพเจ้ามีความฝันว่า วันหนึ่ง ประเทศนี้จะยืดอกอย่างผึ่งผายและใช้ชีวิตตามความหมายแท้จริงของปรัชญาประจำประเทศว่า พวกเรายึดถือความจริงแจ้งอันประจักษ์ว่า ‘ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกัน’

ข้าพเจ้ามีความฝันว่า วันหนึ่ง บนเนินเขาแดงแห่งจอร์เจีย ลูกของอดีตทาสจะสามารถนั่งร่วมโต๊ะแห่งภราดรภาพกับลูกของอดีตนายทาสได้

ข้าพเจ้ามีความฝันว่า วันหนึ่ง แม้แต่ในรัฐมิสซิสซิปปี รัฐที่ถูกแผดเผาด้วยแรงร้อนแห่งความอยุติธรรม และอำนาจกดขี่อันโหดร้าย จะแปรสภาพเป็นต้นธารแห่งเสรีภาพและความยุติธรรม

ข้าพเจ้ามีความฝันว่า วันหนึ่ง ลูกน้อยทั้งสี่ของข้าพเจ้าจะอาศัยอยู่ในประเทศซึ่งพวกเขาไม่ถูกพิพากษาตัดสินด้วยสีผิว แต่ด้วยแก่นสารของพวกเขา  ณ วันนี้ ข้าพเจ้ามีความฝัน

ข้าพเจ้ามีความฝันว่า วันหนึ่ง ในอลาบามา ซึ่งเต็มไปด้วยนักเหยียดผิวผู้ชั่วร้ายและผู้ว่าการรัฐซึ่งกำลังเปล่งวาจาแห่งการขัดขวางและการล้มล้างพวกเราอยู่นั้น สักวันหนึ่ง เด็กชายผิวดำและเด็กหญิงผิวดำตัวน้อยจะสามารถเดินจูงมือกับเด็กชายผิวขาวและเด็กหญิงผิวขาวตัวน้อยดุจดังพี่น้องกันได้  ณ วันนี้ ข้าพเจ้ามีความฝัน

ข้าพเจ้ามีความฝันว่า วันหนึ่ง หุบเขาทุกแห่งจะถูกยกขึ้น ภูเขาและเนินทุกแห่งจะถูกทอยให้ต่ำลง ทางคดจะกลายเป็นทางตรง และที่ขรุขระจะกลายเป็นที่ราบ และจะเผยสง่าราศีของพระเยโฮวาห์ เพื่อคนทั้งหลายทั้งปวงจะได้มองเห็นร่วมกัน

นี่คือความหวังของพวกเรา นี่คือศรัทธาที่ข้าพเจ้าจะนำกลับไปยังภาคใต้  ด้วยศรัทธาดังกล่าวนี้ เราจะสกัดภูเขาแห่งความหดหู่ให้เป็นศิลาแห่งความหวัง  ด้วยศรัทธาดังกล่าวนี้ เราจะแปรเปลี่ยนเสียงเสียดหูทิ่มแทงชาติของเราให้เป็นซิมโฟนีอันงดงามแห่งภราดรภาพ  ด้วยศรัทธาดังกล่าวนี้ เราจะสามารถทำงานร่วมกัน สวดร่วมกัน ต่อสู้ร่วมกัน ถูกจองจำร่วมกัน ยืนหยัดเพื่อเสรีภาพร่วมกัน โดยตระหนักว่าเราจะมีเสรีภาพในวันหนึ่ง และนี่คือวันนั้น นี่คือวันที่บุตรธิดาแห่งพระเจ้าทุกผู้ทุกนามจะสามารถขับร้องบทเพลงด้วยความหมายใหม่ ‘ประเทศของฉัน ดินแดนอันหอมหวนแห่งเสรีภาพ ฉันจะร้องเพลงอันเกี่ยวกับเจ้าดินแดนที่เหล่าบรรพบุรุษของฉันยึดเป็นที่ตาย ดินแดนแห่งความภาคภูมิของผู้ก่อตั้งอาณานิคม จากทั่วทุกชายเขา ขอให้เสรีภาพก้องกังวาน’ และถ้าอเมริกาจะได้ชื่อว่าเป็นชาติอันยิ่งใหญ่ มันต้องเกิดขึ้นจริง

ดังนั้น ขอให้เสรีภาพก้องกังวานจากมหายอดเขาของนิวแฮมเชียร์

ขอให้เสรีภาพก้องกังวานจากภูเขาอันทรงพลานุภาพของนิวยอร์ก

ขอให้เสรีภาพก้องกังวานจากที่ราบสูงอัลเลเกนีส์ของเพนซิลวาเนีย

ขอให้เสรีภาพก้องกังวานจากเทือกเขาร็อกกีอันปกคลุมด้วยหิมะของโคโลราโด

ขอให้เสรีภาพก้องกังวานจากเนินเขาอันคดเคี้ยวของแคลิฟอร์เนีย

ไม่เพียงเท่านั้น ขอให้เสรีภาพก้องกังวานจากสโตนเมาท์เทนของจอร์เจีย

ขอให้เสรีภาพก้องกังวานจากลุคเอาท์เมาท์เทนของเทนเนสซี

ขอให้เสรีภาพก้องกังวานจากทั่วทุกเนินเขาและเนินดินของมิสซิสซิปปี จากทั่วทุกชายเขา ขอให้เสรีภาพก้องกังวาน!

และเมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น เมื่อเรายอมให้เสรีภาพก้องกังวาน เมื่อเรายอมให้มันก้องกังวานจากทั่วทุกหมู่บ้านใหญ่น้อย ทั่วทุกรัฐ ทั่วทุกเมือง พวกเราจะสามารถเร่งวันเวลาที่บุตรธิดาของพระผู้เป็นเจ้า ทั้งคนผิวดำและคนผิวขาว ทั้งชาวยิวและไม่ใช่ ทั้งโปรเตสแตนต์และคาทอลิก จะสามารถจับมือกันและขับขานบทเพลงแห่งจิตวิญญาณเก่าแก่ของนิโกร

‘เสรีภาพในที่สุด เสรีภาพในที่สุด ขอขอบคุณพระผู้เป็นเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ พวกเรามีเสรีภาพในที่สุด’

……………

รับชม สุนทรพจน์ ‘ข้าพเจ้ามีความฝัน’ โดย มาร์ติน ลูเทอร์ คิง จูเนียร์ ได้ที่

http://www.youtube.com/watch?v=smEqnnklfYs

Print Friendly