ทุกข์สามต่อเฉพาะหน้าของสำนักพิมพ์ในวิกฤตโควิด

1. ไม่มีงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติเช่นเคย ปรับไปจัดในรูปแบบออนไลน์แทน —> เงินก้อนใหญ่จากผู้อ่านโดยตรง หดตัวมาก

2. นโยบายปิดเมืองทำให้ห้างสรรพสินค้าและร้านหนังสือปิด —> เงินรายเดือนที่ได้จากช่องทางจัดจำหน่ายหลัก แทบไม่เหลือ

3. ร้านหนังสือใหญ่และสายส่งขอขยายเครดิตแบ่งจ่ายค่าหนังสือเป็นงวดๆ —> เงินที่พึงได้จากรายได้ช่วงต้นปี (และสิ้นปีเก่าบางส่วน) ได้ช้ามาก (ปกติเครดิตสายส่งก็สามเดือนอยู่แล้ว ยังไม่นับเครดิตของร้านต่อสายส่งอีก กว่าจะถึงสำนักพิมพ์)

ทั้งหมดกระทบกับกระแสรายได้อย่างไม่ต้องสงสัย และเป็นทุกข์เท่าที่รู้ คือเกิดขึ้นแล้วในวันนี้ แต่ยังมีทุกข์ในวันหน้าที่รอให้เรารู้อีกแน่นอน

ทางออกเท่าที่คิดได้ (แต่ทำได้แค่ไหนนั้น…)

1. ทำงานอื่นเสริมรายได้ของสำนักพิมพ์ นอกเหนือจากการขายหนังสือตามระบบตลาด เช่น รับจ้างทำหนังสือให้หน่วยงาน หาทุนทำกิจกรรมความรู้เสริมต่อยอดจากหนังสือของเรา หรือเปลี่ยนมาทำธุรกิจอื่นที่ไม่เกี่ยวกับหนังสือเพิ่มเติมตามความถนัด

2. พัฒนาช่องทางออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพขึ้น และกว้างขวางมากขึ้น โอกาสขายอยู่ที่ไหนไปที่นั่น ขายในทุกแพลตฟอร์มเท่าที่มี

3. นำหนังสือไปเสนอขายโดยตรงให้องค์กรภาครัฐและภาคเอกชนที่สามารถใช้ประโยชน์จากหนังสือเล่มต่างๆ ของเราได้

4. พัฒนาแพลตฟอร์มของตัวเองด้วย ไม่หวังพึ่งแต่แพลตฟอร์มคนอื่น จัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้จากหนังสือและส่งเสริมการขายในเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ

5. รวมพลังกันต่อรองและต่อสู้กับวิกฤตไปด้วยกัน บางเรื่องก็รวมกันทั้งกลุ่มสำนักพิมพ์ บางเรื่องก็ทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ สำหรับรายใหญ่ในวงการที่มีสายป่านยาว หรือจริงๆ แล้วพอหาสายป่านได้ เพียงแค่ตัวเองอาจจะต้องยอมรวยน้อยลง อย่าตัดสินใจแบบ “คิดสั้น” ที่จะดึงให้ทั้งอุตสาหกรรมตายกันหมด

6. ปรับโหมดการทำธุรกิจมาเข้าสู่ “โหมดวิกฤต” ทบทวนแผนการทำงานทั้งการลงทุน การผลิต การขาย (ใครที่เคยทำงานแบบวันต่อวัน เริ่มวางวิชั่นและแผนงานเป็นระบบไว้บ้างก็ดี) ที่สำคัญปรับเปลี่ยนรูปแบบและวิธีการทำงานให้สอดรับกับ “โหมดวิกฤต” แปลว่า เตรียมรับมือกับความเหนื่อยขึ้น หนักขึ้น ยากขึ้น เพื่อความอยู่รอด และต้องออกจากพื้นที่ปลอดภัยเดิม ไปหาความรู้ใหม่ พัฒนาทักษะใหม่ และลงมือทำงานใหม่ๆ

7. รักษาความไว้เนื้อเชื่อใจของ stakeholder รอบตัวสำนักพิมพ์ไว้ให้ได้ โดยเฉพาะผู้อ่าน คู่ค้า และผู้คนที่ทำงานร่วมกัน ไม่ว่าสถานการณ์จะยากลำบากแค่ไหน ต้องพยายามสู้เต็มที่ด้วยตัวเองก่อนเสมอ ต้องรักษาคุณภาพของผลงานไม่ให้ดร็อปลง ต้องทำตามสัญญาที่เคยตกลงกันไว้ และหากมีกรณีความเสี่ยงในอนาคต ต้องสื่อสารแลกเปลี่ยนหาทางออกร่วมกันบนพื้นฐานของความจริงอย่างตรงไปตรงมา

ข้อดีสำหรับชาวสำนักพิมพ์คือ ถ้าผ่านวิกฤตไปได้ ทั้งตัวเรา ทีมเรา และสำนักพิมพ์เรา จะเก่งขึ้นและแข็งแกร่งขึ้น อยู่ยาวๆ ได้อย่างแข็งแรง ด้วยโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ ฝีมือใหม่ๆ และวิธีคิดใหม่ๆ ที่ลงแรงไว้ในช่วงสู้วิกฤต ส่วนทางรอดระยะสั้นในวันนี้เพื่ออยู่ยาวในวันหน้า ไม่มีสูตรสำเร็จ แต่ละสำนักพิมพ์ต้องค้นหากันเอาเองแบบที่เหมาะกับตัว

ลุยและรอดไปด้วยกันครับ

สำหรับผู้อ่าน นี่เป็นเวลาสำคัญ เป็นเวลา “เป็น-ตาย” ของธุรกิจหนังสือ รักใครชอบใครก็ต้องสนับสนุนกันเวลานี้นะครับ ก่อนที่จะไม่มีสำนักพิมพ์ที่ท่านรักทำหนังสือให้อ่านในอนาคต

Print Friendly