ถนนสู่ทำเนียบขาว: Cruz V Trump

การเมืองในโลกจริงแสบสันต์ไม่แพ้การเมืองในนิยาย

ไฮไลท์สำคัญของ Republican Convention วันที่สาม นอกจากจะเป็นการเปิดตัวผู้สมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีของพรรครีพับลิกัน ไมค์ เพนซ์ ผู้ว่าการรัฐอินเดียน่า อย่างเป็นทางการแล้ว คือการขึ้นเวทีกล่าวสุนทรพจน์ในเวลาไพรม์ไทม์ของ เท็ด ครู๊ซ วุฒิสมาชิกจากรัฐเท็กซัส คู่แข่งคนสำคัญที่สุดของโดนัลด์ ทรัมป์ ในศึกชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกันปีนี้

ครู๊ซกับทรัมป์ขับเคี่ยวกันอย่างเอาเป็นเอาตายในศึกการเลือกตั้งขั้นต้น ทั้งคู่โจมตีกันในระดับผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ ทรัมป์ตั้งฉายาให้ครู๊ซว่า Lying Ted หรือเท็ดจอมหลอกลวงและใช้เรียกผ่านสื่อจนติดตราเป็นแบรนด์ประจำตัวของครู๊ซไป (เหมือนที่ทรัมป์เรียกฮิลลารี คลินตันว่า Crooked Hillary และมาร์โก รูบิโอ คู่แข่งในพรรคตัวเองว่า Little Marco จนคนหลังเบรกแตก โกรธเป็นฟืนเป็นไฟมาแล้ว) มิหนำซ้ำในช่วงท้ายการแข่งขัน ทรัมป์เล่นแรงถึงขนาดกล่าวหาว่าพ่อของครู๊ซมีส่วนในการลอบสังหารประธานาธิบดี JFK ด้วยซ้ำไป!

ครั้นเมื่อทรัมป์ชนะศึก ก็พยายามเข้าหาอดีตคู่แข่งให้ประกาศสนับสนุนตัวเอง หลังจากในพรรคแตกแยกกันอย่างหนักในช่วงการเลือกตั้งขั้นต้น (ก็แน่ละ เพราะพี่ทรัมป์แกด่าคนทั้งในพรรคนอกพรรคทั่วและมั่วไปหมด) บางคนก็กลั้นใจยอมทำตามเพื่อสร้างเอกภาพให้พรรค แต่บางคนก็เก็บความแค้นไว้แบบไม่ให้อภัย เช่น เจ็บ บุช อดีตเต็งหนึ่งที่แพ้ขาดลอย บุชประกาศไม่ยอมสนับสนุนทรัมป์และไม่ยอมเข้าร่วม Convention ในปีนี้

ส่วนเท็ด ครู๊ซ คู่อริคนสำคัญนั้น เมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ทรัมป์ขอเข้าพบครู๊ซที่แคปิตอล ฮิลล์ เพื่อเชิญให้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์บนเวที Convention ด้วยหวังจะทอดไมตรีให้ครู๊ซกล่าวสนับสนุนตัวเอง และกระชับฐานเสียงของรีพับลิกันให้เป็นหนึ่งเดียว

นักการเมืองมี code of conduct ของเขา หลายครั้งเราเห็นพวกเขาต่อสู้ทางการเมืองกันอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่สุดท้ายก็กลับมาจับมือและสวมกอดกัน

ครู๊ซตอบตกลง และได้รับการจัดสรรเวลาไพรม์ไทม์ สมาชิกพรรคผู้มองโลกในแง่ดีจำนวนหนึ่งก็ยินดีที่ครู๊ซใจกว้าง ให้อภัย และเห็นแก่พรรคโดยยินยอมร่วมสมานรอยร้าว ต่างจากแกนนำพรรคหลายคนที่ไม่ยอมเข้าร่วม Convention เพราะต้องการรักษาระยะห่างจากทรัมป์เพื่อรักษาอนาคตทางการเมืองของตัวเอง ผู้สนับสนุนทรัมป์ต่างดีใจในสัญญาณบวกเพราะหวังจะได้รับคะแนนจากฐานเสียงอนุรักษนิยมของครู๊ซ

แล้ววันที่หลายคนเฝ้าจับตามองก็มาถึง … วันที่ครู๊ซจะประกาศสนับสนุนทรัมป์บนเวที Republican Convention

ใช่ … นักการเมืองมี code of conduct ของเขา หลายครั้งเราเห็นพวกเขาต่อสู้ทางการเมืองกันอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่สุดท้ายก็รอวันล้างแค้นเอาคืนให้สาสม

ครู๊ซขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในช่วงไพรม์ไทม์วันที่สามของ Convention ตลอดทั้งสุนทรพจน์ ครู๊ซไม่ยอมประกาศสนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ บนเวทีแม้แต่น้อย ไม่มีเนื้อความตอนไหนเลยที่เขาบอกให้คนออกไปเลือกทรัมป์ เขากล่าวแค่ว่าให้ทุกคนออกไป “ลงคะแนนตามสามัญสำนึก”

เนื้อความในสุนทรพจน์ทั้งหมด มีพูดชื่อทรัมป์แค่ครั้งเดียวเท่านั้น ในตอนเริ่มต้นที่ครู๊ซแสดงความยินดีที่ทรัมป์ได้รับเลือกเป็นตัวแทนพรรค จากนั้นครู๊ซก็ไฮแจ็คเวที Convention ของทรัมป์กล่าวโจมตีคลินตันและพรรคเดโมแครตราวกับเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเสียเอง

กลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์ในพรรคต่างโห่ร้องกันสนั่นหวั่นไหวด้วยความไม่พอใจ เสียงตะโกนด่า “คนทรยศ” “เลือกทรัมป์” “พูดออกมาเดี๋ยวนี้!” ดังลั่นห้องประชุม แต่ครู๊ซก็ไม่ใส่ใจ ปราศรัยต่ออย่างยาวนาน 23 นาที ทั้งที่ตอนแรกสุดผู้จัดตั้งใจจะให้เวลาแค่ 12 นาทีเท่านั้น ครู๊ซอ้างว่าใช้เวลานานเกินคาดเพราะต้องหยุดเป็นระยะจากเสียงโห่ ช่วงท้ายของสุนทรพจน์ ทรัมป์ออกมาปรากฏตัวในห้องประชุม นั่งหน้านิ่ง และไม่ยอมตบมือให้ครู๊ซเลย

ผลพวงที่ตามมาคือ ครู๊ซไปเบียดบังเวลาขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ของไมค์ เพนซ์ จนเลยไพรม์ไทม์ที่วางไว้ แต่ที่เจ็บแสบกว่าคือครู๊ซชิงพื้นที่ข่าวมาได้เบ็ดเสร็จ แทบทุกสื่อให้ความสนใจการประกาศสงครามของครู๊ซกับทรัมป์มากกว่าการเปิดตัวเพนซ์ ผู้ควรจะเป็นพระเอกประจำวัน แต่กลับโดนขโมยซีน

ครู๊ซกล่าวภายหลังว่า เขายอมขึ้นพูดก็เพราะทรัมป์มาขอเอง และตอนขอก็ไม่ได้ขอร้องให้เขาประกาศสนับสนุนสักหน่อย ครู๊ซบอกต่อว่า ใครจะไปสนับสนุนคนที่ด่าพ่อด่าเมียเขาได้ และเขาไม่ใช่ลูกหมาที่คอยเอาใจใคร

สำหรับครู๊ซแล้ว เวที Republican Convention ครั้งนี้คือเวทีชำระแค้นทรัมป์อย่างเจ็บแสบ และเวทีเสมือนการประกาศตัวลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2020 โดยมีทรัมป์เป็นผู้จ่ายราคา

สำหรับพรรครีพับลิกัน ศึกครู๊ซ V ทรัมป์ ที่ยังไม่ยุตินี้ ยิ่งสะท้อนความเปราะบางและตอกย้ำความแตกแยกในพรรคอย่างยับเยิน จนยากจะเยียวยา ชะตากรรมของพรรคที่ตกอยู่ในมือของนักการเมืองขวาสุดขอบอย่างครู๊ซกับนักการเมืองประหลาดที่จัดประเภทมิได้อย่างทรัมป์จะโทษใครอื่นมิได้ นอกจากตัวรีพับลิกันเองที่เลือกยุทธศาสตร์ “หันขวา” และสร้าง “การเมืองแห่งความเกลียดชัง” ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

และสำหรับคนที่โหวตโนให้พรรครีพับลิกัน ไม่มียุคสมัยไหนจะเป็นสุขใจเท่ายุคที่ได้นั่งดูคนอย่างทรัมป์และครู๊ซแย่งกันเป็นประธานาธิบดี โดยที่เหล่านักการเมืองผู้ครองอำนาจนำและสมาชิกพรรครีพับลิกันพันธุ์แท้ได้แต่มองตาค้าง และหัวใจสลาย

Print Friendly