คุยเรื่องการ์ตูนกับ mud

อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้เขียนคอลัมน์ ‘มองซ้ายมองขวา’ ในหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

การ์ตูนเรื่องโปรด : ไมเคิล แมวแก่แดด, Monster คนปีศาจ, 20th Century Boy, คุโรมาตี้ โรงเรียนคนบวม, คุนิมิซึ คนจริงจอมกะล่อน , หงสาจอมราชันย์, Gantz และผลงานทุกเรื่องของอาดาจิ มิซึรุ

…….

ทราบมาว่าอาจารย์ชอบอ่านการ์ตูนตั้งแต่เด็ก แต่หยุดอ่านไปสิบปี อะไรทำให้หันกลับมาอ่านการ์ตูนอีกครั้ง

เบื่อบ้านเมือง (หัวเราะ) สามปีที่แล้ว เบื่อการเมืองไทย และเบื่อผู้มีอำนาจที่ทำงาน เลยพักรบ หาสิ่งรื่นรมย์ให้ชีวิต แล้วก็นึกอยากกลับมาอ่านการ์ตูนอีกหลังจากหยุดไปตอนเริ่มมีลิขสิทธิ์ เรื่องแรกที่อ่านตอนกลับมาคือ Monster โอ้โห อย่างกับดูหนัง สุดยอดทั้งการเดินเรื่อง ทั้งบท ทั้งอารมณ์ เลยตื่นเต้นกับการ์ตูนสมัยใหม่ คิดว่า เออ มองข้ามการ์ตูนไปตั้งสิบปี มีการ์ตูนดีๆ เจ๋งๆ ให้อ่านอีกหลายเรื่อง

อีกเรื่องที่ชอบมากคือ Gantz เป็นการ์ตูนต่อสู้ เท่มาก ภาพสวย เรื่องดี แต่ตอนนี้โดนแบนอยู่ เพราะผลจากรายการหลุมดำ ที่เอาบางฉากที่ต่อสู้กันรุนแรง และบางฉากที่วับๆ แวมๆ มาออกอากาศ ซึ่งพอเห็นฉากโป๊หน่อย ก็ถูกตราหน้าเป็นการ์ตูนโป๊แล้ว โดนแบนเลย

คิดอย่างไรที่การ์ตูนโดนแบน

แย่ ดูถูกคนอ่าน เจ้าหน้าที่รัฐกลายเป็นผู้ผูกขาดความถูกต้อง เอารสนิยม ความรู้สึก ความคิด ของตัวเองมาบังคับปิดกั้นคนอื่น ซึ่งเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ก็ไม่เคยอ่านจริงๆหรอก แต่ใช้เกณฑ์มักง่ายมาตัดสิน เช่น มีฉากเปลือยไหม สูบบุหรี่ กินเหล้าไหม โดยไม่ดูว่าฉากนั้นมีความหมายอย่างไร อ้างศีลธรรมพร่ำเพรื่อ  เหมือนพก Death Note เล่มหนึ่ง อยากแบนอะไรก็เขียนลงไป คุณมีสิทธิอะไรที่จะใช้ความชอบไม่ชอบส่วนตัวไปพิพากษาคนอื่น ไปบังคับให้คนอื่นเหมือนคุณ การ์ตูนเรื่อง Death Note ตั้งคำถามว่า แม้คุณจะเริ่มต้นจากเจตนาดี แต่คุณมีสิทธิ์ฆ่าคนชั่วเหรอ วิธีการมันผิด สุดท้าย การพิพากษาโดยให้คุณเป็นผู้ขาดความดีความงามความจริง มันทำให้คุณกลายเป็นคุณชั่ว และยิ่งมีอำนาจมาก ยิ่งต้องชั่วขึ้นเรื่อยๆ

กรณีแบนการ์ตูนเป็นเรื่องเดียวกับกรณีแบนหนังของคุณอภิชาตพงศ์ (วีระเศรษฐกุล) กรณีจับนิยายโรมานซ์ในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ กรณีภาพวาดภิกษุสันดานกา มีคนทำตัวเป็นคุณพ่อรู้ดี แต่จริงๆแล้วไม่รู้ แถมงี่เง่าคับแคบไร้รสนิยมอีกต่างหาก มันทำลายวงการศิลปะ ทำลายความคิดสร้างสรรค์ สารที่ผ่านสื่อได้ต้องมี “ความเป็นไทย(ๆ)” (เน้นเสียง) วงการศิลปะบ้านเราเลยไปไหนไม่ได้ งานก็วนเวียนอยู่ในอ่าง เชิดชูผู้คนบางแบบและคุณธรรมบางอย่าง นี่เป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะตรรกะแบบนี้มันเชื่อมโยงกันไปหมด ทั้งศิลปะ การเมือง และเศรษฐกิจ

ตรรกะแบบนี้ส่งผลต่อผู้คนในสังคมไทยอย่างไร

เสรีภาพในการคิด การพูด การเขียน ก็หายไป สังคมก็ไร้ชีวิตชีวา เพราะไม่มีความหลากหลาย ไม่มีการพัฒนา เพราะขาดการแลกเปลี่ยนถกเถียง ถ้าโดนเข้าบ่อยๆ ผู้คนก็จะเรียนรู้ที่จะเซ็นเซอร์ตัวเอง คิดทำในกรอบที่รัฐอยากให้เป็น การเซ็นเซอร์ตัวเองโดยอัตโนมัติมันน่ากลัวเราจะเห็นว่าในช่วงหลายปีหลัง เรื่องที่เราต้องเซ็นเซอร์ตัวเองโดยอัตโนมัติมีเยอะขึ้น เรื่องที่เราวิจารณ์ไม่ได้ในสังคมไทยมีมากขึ้น เราถอยหลังไปทางขวามากขึ้น

เลิกแบนการ์ตูน แบนหนังได้แล้ว ผมอายุ 30 แล้ว เป็นอาจารย์สอนหนังสือ มีสิทธิ์เลือกตั้ง แต่ไม่มีสิทธิ์เห็นพระเล่นกีตาร์ในหนังเหรอ ไม่มีสิทธิ์อ่านการ์ตูนที่เห็นนมเหรอ ขนาดชิซูกะอาบน้ำ ยังเซ็นเซอร์ (หัวเราะ) ใครดูชิซูกะอาบน้ำแล้วมีอารมณ์ทางเพศ ไม่มีหรอก หรือคนเซ็นเซอร์รู้สึก เลยใช้ตัวเองเป็นเกณฑ์ในการตัดสินเผื่อคนอื่น  นี่คือความเสื่อมด้านศิลปวัฒนธรรมของประเทศนี้ผมเติบโตมาพร้อมการอ่านการ์ตูนทุกประเภทตั้งแต่เด็ก ก็ไม่เห็นจะชอบความรุนแรง คงไม่ใช่การ์ตูนหรอกที่ทำให้คนชอบความรุนแรง แต่เป็น “อำนาจ” มากกว่า (หัวเราะ) จริงๆ น่าส่งการ์ตูนไปกล่อมเกลาจิตใจคนพวกนี้นะ

เขาจะไม่หาว่าอาจารย์ส่งหนังสือไร้สาระมาให้เหรอครับ

การตีขลุมว่าการ์ตูนเป็นหนังสือไร้สาระ โป๊ รุนแรง ก็เป็นวิธีคิดที่ตัดสินอะไรแบบมักง่าย เหมารวม การ์ตูนดีๆ มีเยอะ มันก็เหมือนทุกวงการที่มีดีมีเลว อย่างการ์ตูนก็ช่วยบ่มเพาะความรักการอ่าน ชีวิตการอ่านของผมก็เริ่มจากการ์ตูนกับหนังสือพิมพ์ ต่อมาก็นิตยสารภาพยนตร์ คอลัมน์วิชาการในหนังสือพิมพ์ พ็อกเก็ตบุ๊ก วรรณกรรม แล้วก็ตำรา คนเรามีชีวิตการอ่านที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ แต่จุดเริ่มต้นที่ทำให้คนมีนิสัยรักการอ่านนั้น สำคัญมาก การ์ตูนเป็นสื่อที่เข้าถึงเด็ก และสนุก เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เราคงไม่ได้คาดหวังว่าทุกคนต้องเริ่มต้นชีวิตการอ่านด้วยหนังสือวิชาการ

ใครว่าการ์ตูนไร้สาระ เอาการ์ตูนปรัชญาอย่างฮิโนโทริ วิหคเพลิง ให้อ่านสิ โคตรลึกซึ้งเลย (หัวเราะ) การ์ตูนสอนเราหลายอย่างนะครับ อย่าง คุนิมิซึ คนจริงจอมกะล่อน ตั้งชื่อแบบนี้ แต่จริงๆ เป็นการ์ตูนการเมือง พระเอกอยู่ในทีมหาเสียงของนักการเมืองน้ำดีที่ลงสมัครเป็นผู้ว่าฯ อ่านแล้วชอบมาก ยังคิดเลยว่าถ้าได้สอนวิชารัฐศาสตร์เบื้องต้นให้นักเรียนมัธยม จะเอาการ์ตูนเรื่องนี้มาเป็นหนังสืออ่านประกอบ เพราะมันสร้างแรงบันดาลใจได้ ทำให้คนอ่านตระหนักเลยว่า การเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัว เกี่ยวพันกับชีวิตประจำวัน และสำคัญอย่างไร อ่านแล้วจะฮึกเหิม มองเห็นความงามในการเมือง การ์ตูนดีๆ ก็สร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยได้เหมือนกัน ใครจะรู้ว่าหลังจากอ่านคุนิมิซึแล้ว  เด็กบางคนอาจจะเริ่มชอบการเมือง เริ่มหันมาติดตามข่าวการเมืองไทย ใครจะรู้ว่าต่อไปเราอาจมีนายกรัฐมนตรีที่ได้แรงบันดาลใจในการเล่นการเมืองมาจากการ์ตูนก็ได้

คุณค่าที่ได้จากการ์ตูนบางเล่มเทียบได้กับการอ่านวรรณกรรมดีๆ หรือตำราวิชาการไหม

ได้ครับ การ์ตูนบางเล่มก็เป็นเหมือนวรรณกรรมชั้นดี บางเล่มก็สอนประวัติศาสตร์ บางเล่มสอนการเมือง นักเขียนการ์ตูนเขียนเก่งกว่าพวกผมอีก นักวิชาการเขียนหนังสือน่าเบื่อ แต่การ์ตูนสามารถสื่อสารกับเด็กได้ เป็นจุดเริ่มต้นให้คิดต่อได้ ให้เติบโตไปข้างหน้าได้ สร้างแรงบันดาลใจได้ เป็นสื่อหนึ่งที่ทำให้คนเข้าถึงความรื่นรมย์ได้

ผมยังเลี้ยงแมวเพราะการ์ตูนด้วย ตอนเด็กๆ อ่านเรื่องไมเคิล สนุกมาก ชอบท่าแมวเต้นระบำ พอมีลูกแมวมาถูกทิ้งไว้บนหลังคาบ้าน เลยเลี้ยงแมวบ้าง ตั้งชื่อตามการ์ตูนเลย ตัวหนึ่งชื่อชีล่า อยู่กับผมมา 13 ปี อีกตัวหนึ่งชื่อไมเคิล เลี้ยงสักพักก็หายไป

เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ตอนซื้อการ์ตูนที่ร้านเขินๆ บ้างหรือเปล่า

ไม่ครับ อยากทำอะไรผมก็ทำ (หัวเราะ)

แล้วกล้าอ่านในมหาวิทยาลัยไหม

อ่านครับ (ตอบทันที) ทำไมผมจะอ่านการ์ตูนไม่ได้ ผมไม่อยากให้เราอคติกับการ์ตูน โดยเฉพาะผู้ใหญ่ เพราะเมื่อแก่ตัว เข้าวัยทำงาน อยู่ในโลกความจริงมากขึ้น มันเจอผู้ร้ายเยอะ เจอความจริงอันโหดร้ายก็มาก จินตนาการหดหาย การ์ตูนก็ช่วยตรงนี้ จะอ่านวรรณกรรมหรือดูหนังก็ได้เหมือนกัน เพราะมันช่วยพาเราออกไปจากโลกที่คุณอยู่ ได้เจอพระเอก ได้เห็นโลกในอุดมคติที่ธรรมะชนะอธรรม ช่วยสร้างแรงบันดาลใจได้ สร้างความอิ่มเอมได้ การ์ตูนเป็นอีกโลกหนึ่งที่เข้าไปพึ่งพิงและพักผ่อนได้ วันครบรอบวันเกิดที่ผ่านมา ผมเพิ่งซื้อโคนันยกชุดเป็นของขวัญวันเกิดให้ตัวเอง (หัวเราะ)

การเป็นนักวิชาการขัดแย้งกับการอ่านการ์ตูนไหม

ไม่ขัดแย้ง ผมเป็นนักวิชาการ แต่ผมก็เป็นคนด้วยนะ (หัวเราะ) เราชอบวางกรอบขังตัวเองว่าถ้าคุณเป็นนั่น แล้วคุณทำนี่ไม่ได้ ที่เหนือไปกว่าความเป็นนักวิชาการ ก็คือความเป็นคนปกติธรรมดา ซึ่งต้องการความรู้ ความรื่นรมย์ ความบันเทิง ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือหลายประเภท การ์ตูนก็เป็นหนังสือประเภทหนึ่งที่อ่าน ซึ่งตอบโจทย์พวกนั้นได้  เพลินดี

 

ตีพิมพ์: วารสารการ์ตูนหมัด (mud) ฉบับเดือนมกราคม-มีนาคม 2551 สำนักพิมพ์ไต้ฝุ่น

Print Friendly