นิ้วกลม ชวน สฤณี อาชวานันทกุล และ ปกป้อง จันวิทย์ สนทนาเรื่องการอ่าน การเขียน และการเรียนรู้ชีวิตจากหนังสือ ในวาระรำลึกการจากไปของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ พ่วงเปิดตัวหนังสือวิชาสุดท้าย(ที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน) เล่ม 2
การศึกษา
จากจิ๋วแจ๋ว (กว่าจะ) ถึงท่าพระจันทร์ ‘ผมไม่อยากเป็นนักวิชาการมั่วๆ’
“ความตั้งใจวันนี้จึงอยู่บนพื้นฐานว่า การแก้ไขปัญหาของประเทศชาติไม่จำเป็นต้องเป็นนักการเมืองอย่างเดียว ต้องอยู่ที่ทุกคนด้วย และคิดว่าอาชีพอาจารย์ก็เป็นอาชีพที่มีอิสระสูงและได้เรียนรู้ตลอดเวลา ได้สังสรรค์ทางความคิดกับคนรุ่นใหม่ ทำยังไงจะให้นักศึกษาฉุกคิดได้ว่า ประเทศนี้มีปัญหาใหญ่กว่าที่คิด และเป็นปัญหาที่ซับซ้อนระดับหนึ่ง การกระตุ้นให้นักศึกษาคิดและให้เขาเติบโตด้วยตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ อาชีพอาจารย์จึงมีประโยชน์มาก”
ถึงวันนี้ในวัย 25 ฝน ‘ปกป้อง’ เดินทางมาเกือบสุดปลายทางของความฝัน…ฝันที่เหลืออยู่ของเขานอกจากจะอยากมีพ็อกเกตบุ๊กรวมงานเขียนของตัวเองตามประสาคนชอบอ่านหนังสือแล้ว เขามีความใฝ่ฝันสูงสุดที่จะเป็น ‘อาจารย์’ ที่ดี
เปเปอร์ลวงโลก
เพื่อนผมเล่าให้ฟังว่า มีกลุ่มนักเรียนปริญญาเอกคณะคอมพิวเตอร์สังกัด MIT 3 คน สร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อผลิตบทความวิชาการขึ้นมา โปรแกรมมีชื่อว่า SCIgen – An Automatic CS Paper Generator
แค่เราพิมพ์ชื่อตัวเองใส่ช่องว่าง แล้วกด generate โปรแกรมนี้จะสุ่มสร้างประโยค เลือกคำศัพท์วิชาการสวยหรูภูมิฐาน แล้วผลิตเปเปอร์ปลอมๆ ประทับชื่อเรา ภายใต้รูปแบบอลังการเหมือนบทความวิชาการอาชีพขึ้นมาทันที
ง่ายแค่ปลายนิ้ว
นักวิชาการในฝัน
สถาบันที่ดี ที่จะทำให้ท้องฟ้าของนักวิชาการเป็นสีทองผ่องอำไพ ไม่ใช่สถาบันที่มีโครงสร้างสิ่งจูงใจที่ตีเส้นทางเดินไปสู่ความเป็นนักวิชาการในฝันแบบเดียวกัน แบบใดแบบหนึ่ง นะครับ แต่เป็นสถาบันที่ดีในความหมายที่สามารถส่งเสริมเอื้ออำนวยให้นักวิชาการในฝันแต่ละแบบ สามารถแสดงศักยภาพของตนได้อย่างเจิดจรัส ตามวิถีแห่งตน
ให้นักวิชาการที่มี ‘โลก’ หลากหลายแตกต่างกัน สามารถบรรลุเส้นทางฝันของใครของมันได้
เช่นนี้เราจึงจะได้นักวิชาการในฝัน ไม่ว่าจะเป็นฝันแบบใดก็ตาม
สำนักหลังเขาของผม
ความประทับใจที่สุดอย่างหนึ่งในการมาฝึกวิชาที่สำนักหลังเขาก็คือ บรรยากาศภายในสำนัก ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว
วันแรกของเมื่อสี่ปีก่อน ตอนผมก้าวขึ้นตึกสำนักเป็นครั้งแรก ก็เกิดความรู้สึกหลายอย่างผสมปนเปกันไป
รู้สึกทันทีเลยว่า … สนุกแน่ๆ
จำได้ว่า ผมไปถึงก่อนเปิดเทอม บรรยากาศจึงค่อนข้างเงียบเหงา ผมเดินสำรวจแต่ละชั้น ก็แปลกใจปนขบขัน เพราะหน้าประตูห้องของอาจารย์แต่ละคน ติดการ์ตูนล้อการเมืองบ้าง ด่ารัฐบาลบ้าง เหน็บแนมระบบทุนนิยมบ้าง สนับสนุนกลุ่มรักร่วมเพศบ้าง อาจารย์สายเศรษฐศาสตร์พัฒนาบางคนก็เอารูปของตัวเองที่เอากิ้งก่ายักษ์พันรอบคอ เมื่อคราวไปเยือนแอฟริกามาติดโชว์ ดูแล้วเป็นที่ครื้นเครงบันเทิงใจยิ่งนัก
ฉัน…ร้ากกกกก…ธรรมศาสตร์
นิทานทั้งสามเรื่องข้างต้น ล้วนสอนให้รู้ว่า
ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน
..ธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน.. !
…… ล้อเล่นน่าาาาาาา !!!!!
เรียนเมืองนอก
ผมคิดว่า ภาษาไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในการไปเรียนต่อ ยิ่งคนส่วนใหญ่ไปเรียนต่อในประเทศที่พูดภาษาอังกฤษ ซึ่งเราเรียนกันมาเป็นสิบปีแล้ว แม้จะพูดไม่ได้ เขียนไม่เป็น อ่านไม่คล่อง อันเนื่องมาจากระบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษแบบไทย ๆ ก็ตาม ถ้าใจกล้า ไม่ขี้เขิน ไม่กลัวผิดซะอย่าง ไปอยู่เมืองนอกแล้ว ภาษาก็จะดีขึ้นเอง
แล้วอะไรที่ผมเห็นว่าสำคัญที่สุด ?

