ผู้วิจัย: ปกป้อง จันวิทย์ สุนทร ตันมันทอง
แหล่งทุน: สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
ตีพิมพ์: พฤษภาคม 2554
ผู้วิจัย: ปกป้อง จันวิทย์ สุนทร ตันมันทอง
แหล่งทุน: สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
ตีพิมพ์: พฤษภาคม 2554
บทเสวนาว่าด้วยวงการสถาปนิกไทย ภายใต้ระบบทุนนิยมและระบบการศึกษาแบบไทยๆ ของ ปกป้อง จันวิทย์ ในงาน ASA สุดสัปดาห์วิชาการ เดือนมีนาคม 2550 ณ สมาคมสถาปนิกสยาม
“22 ปี ปาฐกถาป๋วย อึ๊งภากรณ์” พาผู้อ่านสำรวจเบื้องหลังและพลวัตของปาฐกถาป๋วย อึ๊งภากรณ์ ของคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในช่วง 22 ปีแรก
การแก้ปัญหาของระบบอาชีวศึกษาด้วยการตั้งเป้าเพิ่มจำนวนนักเรียนอาชีวะเพียงลำพังยังไม่ใช่ทางออกในตัวเอง หากเราต้องการยกระดับคุณภาพของระบบอาชีวะให้เป็นทางเลือกที่มีคุณภาพสำหรับนักเรียนได้จริงก็จำเป็นต้องเพิ่มงบประมาณ ต้องเพิ่มการลงทุนครุภัณฑ์ทางการศึกษา ต้องเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัว และต้องเพิ่มจำนวนครูด้วย นอกจากนั้น การร่วมมือกับสถานประกอบการทางธุรกิจเพื่อจัดการศึกษาร่วมกันก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะนักเรียนอาชีวะจะได้มีโอกาสเรียนรู้ในสถานประกอบการจริง ซึ่งมีเครื่องไม้เครื่องมือทันสมัยและผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในโลกการผลิตจริง
อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มองว่าการศึกษาไม่ควรถูกมองเป็นแค่ ‘เครื่องมือ’ ของการพัฒนา ‘แรงงาน’ ในฐานะปัจจัยการผลิต เพื่อผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจเชิงปริมาณเท่านั้น แต่การศึกษานั้นมีคุณค่าความหมายในตัวเอง เป็นจุดหมายปลายทางในตัวเอง เป็นไปเพื่อพัฒนา ‘มนุษย์’ แต่ละคน ซึ่งต่างมีคุณค่าและศักดิ์ศรีในตัวเอง ทั้งยังต่างมีความปรารถนาในการเรียนรู้ที่แตกต่างหลากหลายกันไป
ส่วนตัวผมคิดเห็นเช่นเดียวกับ อ.ป๋วยว่าการศึกษาควรมีจุดหมายปลายทางเพื่อสร้างพลังความสามารถของนักเรียนให้บรรลุถึงศักยภาพสูงสุดตามเส้นทางที่แต่ละคนเลือก คล้ายกับที่อาจารย์ป๋วยเคยกล่าวไว้ว่า “การศึกษาต้องเริ่มต้นด้วยความสำคัญของนักเรียน และจบลงด้วยความสำคัญของนักเรียน … ทุกคนควรได้รับการศึกษาตามแต่ความถนัดของตนจน ‘สุดความสามารถ’ ของแต่ละคน” ทั้งนี้ เมื่อคนแต่ละคนได้รับการเติมเต็มศักยภาพของตนให้สุดทางที่ตนได้เลือกเองแล้ว คนคุณภาพเหล่านั้นย่อมเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสังคมเศรษฐกิจที่มีคุณภาพในที่สุด
หัวใจสำคัญของการปฏิรูประบบการศึกษาอยู่ที่การสร้างระบบความรับผิดชอบ (accountability) เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามแนวคิดทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 โดยให้โรงเรียนมีความรับผิดชอบโดยตรงต่อผู้ปกครองและนักเรียนมากขึ้น โดยโรงเรียนควรเป็นหน่วยหลักในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา และมีอิสระในการบริหารจัดการ ทั้งนี้ ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการปฏิรูประบบการศึกษา 5 ด้านตามแนวทางดังกล่าว ได้แก่ (1) การปฏิรูปหลักสูตรการเรียนการสอน (2) การปฏิรูประบบการวัดและประเมินผลการเรียน (3) การปฏิรูประบบการพัฒนาคุณภาพครู (4) การประเมินคุณภาพสถานศึกษา และ (5) การปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษา
รายงานวิจัยเรื่อง “การจัดทำยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐานให้เกิดความรับผิดชอบ” ของ สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ และคณะ (2556) ชี้ว่า ใจกลางปัญหาของระบบการศึกษาไทยคือการขาด “ความรับผิดชอบ” (accountability) ของระบบการศึกษาตลอดทุกขั้นตอน ทั้งนี้ “ความรับผิดชอบ” หมายถึง พันธะผูกพันในหน้าที่ของคนหรือองค์กรต่อเป้าหมายที่ได้รับมอบหมาย โดยมีระบบที่ผู้มอบหมายสามารถประเมินและตรวจสอบผลงาน เพื่อให้รางวัลหรือลงโทษผู้ที่ได้รับมอบหมายงานได้
ในกรณีของระบบการศึกษา หัวใจสำคัญของการปฏิรูปเพื่อสร้างความรับผิดชอบคือ การทำให้โรงเรียนมีความรับผิดชอบโดยตรงต่อผู้ปกครองและนักเรียนมากขึ้น โดยโรงเรียนควรมีอิสระในการบริหารจัดการ และผู้ปกครองควรมีสิทธิเลือกโรงเรียนให้ลูกตามข้อมูลคุณภาพของโรงเรียนที่ได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณะ กล่าวคือ มีการส่งเสริมให้เกิดระบบ “ความรับผิดชอบสายสั้น” (short-route of accountability) หรือสายความรับผิดชอบระหว่าง “ผู้ปกครอง-โรงเรียน-ครู” โดยไม่ต้องผ่านรัฐบาล เพิ่มมากขึ้น
ครูต้องเป็นโค้ช โค้ชบอลที่ดีต้องรู้ว่านักเตะคนไหนเหมาะจะเล่นตำแหน่งอะไร มีจุดอ่อนอะไร ควรจะฝึกฝนอะไรมากขึ้น ถ้าอาจารย์มีเวลาให้นักศึกษา อาจารย์ก็จะเป็นโค้ชที่ดีได้ โค้ชที่ดีไม่ได้ให้นักเตะหรือนักศึกษาเป็นอย่างที่โค้ชอยากให้เป็น แต่โค้ชที่ดีคือโค้ชที่สามารถสร้างโลกแบบที่นักเตะหรือนักเรียนคนนั้นอยากเป็น กระตุ้นให้เขารู้จักตัวเองก่อน ให้รู้ว่าอยากเป็นอะไร แล้วเราช่วยกระตุ้นให้เขาสร้างโลกอย่างที่เขาอยากเป็น
เขาเปรียบการเป็นอาจารย์เหมือนกับผู้จัดการทีมฟุตบอล ซึ่งโค้ชที่ดีต้องทำให้ลูกทีมมีความหวังเดียวกัน คือ ได้แชมป์ ต้องทำงานหนัก ต้องดึงความสามารถของลูกทีมแต่ละคนออกมาให้ได้ คนที่เป็นอาจารย์ก็เช่นกัน จะต้องมองเห็นจุดเด่นในตัวนักศึกษาให้ได้ว่า คนไหนมีจุดแข็งอะไร ต้องให้กำลังใจ มีจุดอ่อนอะไร ให้ต้องปรับปรุงตัว โดยยึดจุดหมายปลายทางคือ สร้างจิตสำนึกสาธารณะให้นักศึกษาอยากช่วยกันเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ให้ดีขึ้น
นิ้วกลม ชวน สฤณี อาชวานันทกุล และ ปกป้อง จันวิทย์ สนทนาเรื่องการอ่าน การเขียน และการเรียนรู้ชีวิตจากหนังสือ ในวาระรำลึกการจากไปของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ พ่วงเปิดตัวหนังสือวิชาสุดท้าย(ที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน) เล่ม 2