ผลงานด้านบรรณาธิการของ ปกป้อง จันวิทย์
หนังสือ
25 ปี สารคดี: มิตรรัก สารคดี
เสน่ห์ของ สารคดี คือเป็นนิตยสารที่ไม่ได้ทำให้ใครคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอ่าน อ่านแล้วไม่ค่อยเห็นตัวตนของคนทำ ไม่เหมือนหนังสือบางเล่มที่เห็นตัวตนของคนทำคับพองออกมา ตอบสนองแต่อุดมการณ์หรือความเชื่อของตัวเอง สารคดีพยายามรักษาสมดุล บอกเล่าความจริงแบบไม่ตัดสินไม่สั่งสอน ใจกว้างพอที่จะเคารพความเห็นที่แตกต่าง เราต้องการมาตรฐานแบบนี้ในวงการหนังสือ รวมถึงวงการวิชาการซึ่งทำงานเกี่ยวข้องกับความรู้
ไม่ว่าคนรุ่นไหน เด็กหรือแก่ ก็ต้องการความรู้กันทั้งนั้น ผมเชื่อว่าเวลาคนกระหายความรู้ สารคดี ก็ยังเป็นบ่อน้ำบ่อแรกๆ ที่คนนึกถึง … 25 ปีของ สารคดี จึงไม่ได้เป็นแค่ชีวิตของนิตยสารฉบับหนึ่ง แต่เป็นชีวิตของตลาดวิชาที่สำคัญแห่งหนึ่งของสังคมไทย
มุมมองต่อธุรกิจหนังสือไทย
หากพิจารณาเพียงผิวเผิน หนังสือก็เป็นสินค้าประเภทหนึ่ง แต่แท้ที่จริง หนังสือมีความแตกต่างจากสินค้าเพื่อการบริโภคทั่วไปตรงที่เป็นสินค้าที่เกี่ยวพันกับวัฒนธรรมและปัญญา หนังสือดีมีมูลค่าใช้สอยที่เป็นประโยชน์ ประโยชน์ที่ว่าไม่ได้ตกอยู่กับตัวคนอ่านเองเท่านั้น แต่สร้างประโยชน์ต่อสังคมอีกทอดหนึ่งด้วย
เมื่อผู้คนในสังคมอ่านหนังสือมาก ฉลาดรอบรู้ขึ้นมาก คน – ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะแรงงาน ผู้บริโภค ผู้ผลิต ผู้กำหนดนโยบาย หรือพลเมือง – ก็มีคุณภาพมากขึ้น สังคมย่อมมีคุณภาพมากขึ้นตามไปด้วย นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่าเป็นกิจกรรมที่สร้างผลกระทบภายนอกต่อสังคมในด้านบวก (Positive Externality) ซึ่งหมายถึง กิจกรรมที่การผลิตหรือการบริโภคไม่ได้ให้ประโยชน์เฉพาะต่อตัวผู้ผลิตหรือผู้บริโภคโดยตรงเท่านั้น แต่สังคมส่วนรวมได้ประโยชน์ด้วยพร้อมกัน
บางคนอาจจะไม่ได้มองหนังสือเป็นแค่สินค้าเพื่อการบริโภคด้วยซ้ำ แต่มองการซื้อหนังสือเหมือนเป็น “การลงทุน” เพราะการอ่านหนังสือช่วยให้เราเข้าใจโลกมากขึ้น เป็นคนที่สมบูรณ์ขึ้น เพิ่มศักยภาพในการทำงาน ทำให้เราเก่งขึ้น มีฝีมือขึ้น ซึ่งช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมให้ตัวคนอ่านในอนาคตได้ด้วย
การอ่าน การเขียน และการเรียนรู้ชีวิตจากหนังสือ – สฤณี ปกป้อง และนิ้วกลม
นิ้วกลม ชวน สฤณี อาชวานันทกุล และ ปกป้อง จันวิทย์ สนทนาเรื่องการอ่าน การเขียน และการเรียนรู้ชีวิตจากหนังสือ ในวาระรำลึกการจากไปของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ พ่วงเปิดตัวหนังสือวิชาสุดท้าย(ที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน) เล่ม 2
ปิ่น ปรเมศวร์
พี่ไพวรินทร์ ขาวงาม เคยบอกผมว่า “กรรมของคนชอบอ่านหนังสือก็คือ สักวันต้องอยากเป็นนักเขียน หรืออยากทำหนังสือ”
ผมเองก็รู้สึกอยากอย่างว่ามาตั้งแต่เด็ก
สมัยเรียนมัธยมก็เป็นคนดูแลเรื่องบอร์ดในห้องเรียน เขียนโน่นเขียนนี่ สรุปบทความดีสกู๊ปเด็ดมาขึ้นบอร์ดให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน บางทีก็เขียนเรียงความวันแม่ วันพ่อ วันสุนทรภู่ ฯลฯ ส่งประกวดไปเรื่อย
ตอนเด็กยังเคยแอบเขียนจดหมายด้วยลายมือไปหาลุงจำลองเลย
- 1
- 2



