:: 2558 :: TU101 ::

11880665_10100667028740880_5664755846852958286_n

การสอน TU101 ในเทอม 1/2558 ที่ผ่านมานับเป็นประสบการณ์ที่ดีมากครั้งหนึ่งในชีวิตการเป็นอาจารย์ครับ

[TU101 คืออะไร อ่านได้ ที่นี่ ]

วิชานี้เป็นวิชาพื้นฐานที่นักศึกษาปีหนึ่งทั้งมหาวิทยาลัยต้องเรียน จึงเปิดสอนกันทุกหลักสูตร ทุกวิทยาเขต ไม่ว่าจะเป็นโครงการภาคภาษาไทยหรืออังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นโครงการภาคปกติหรือภาคพิเศษ

เอาเฉพาะโครงการปกติภาคภาษาไทยที่รังสิต ก็เปิดสอนกันสาม section มีของผม ของ อ.อัครพงษ์ ค่ำคูณ (ซึ่งมีอีกปกป้องหนึ่ง ปกป้อง-ชานันท์ ยอดหงษ์ เป็นผู้ช่วยสอน) และของ อ.อดิศร หมวกพิมาย สอนกันคนละวัน คนละเวลา แนวคิด เนื้อหา วิทยากร และการวัดผลก็แตกต่างกันไปตามคนสอนแต่ละคน

section ของผมอยู่ในจังหวะเวลาที่เผอิญมีจำนวนนักศึกษามากที่สุด คือร่วม 1,000 คน ประกอบด้วย 4 คณะ คือ นิติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ พาณิชยศาสตร์และการบัญชี และสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา การจัดการเรียนการสอนห้องใหญ่ขนาดนี้เป็นความท้าทายใหม่ที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน เทอมที่ผ่านมาก็ถือว่าเป็นการลองผิดลองถูกครั้งสำคัญ

ผมอยากบันทึกบทเรียนบางส่วนไว้ ณ ที่นี้ครับ

1. วิชานี้เราตั้งใจอยากเปิดโลกวิชาการสังคมศาสตร์ให้นักศึกษาใหม่รู้สึกสนุกกับการเรียนรู้ต่อไปข้างหน้า เราจึงต้องคิดวิธี “ห่อ” เนื้อหาให้ดึงดูดน่าสนใจ

เราจะเริ่มต้นด้วยสถานการณ์ปัจจุบันและกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริง ทั้งในไทย อาเซียน และโลก ให้นักศึกษามองเห็นกระแสการเปลี่ยนแปลงในโลกจริง แล้วจึงค่อยๆ คลี่ให้เห็นถึงแนวคิดทฤษฎีเบื้องหลัง ระเบียบวิธีศึกษา นักคิดคนสำคัญ และวิวาทะในแต่ละประเด็น

สไลด์ของอาจารย์แต่ละคนจึงมีรูปภาพเหตุการณ์ คน การ์ตูน สถานที่ มากไปกว่ามีแต่ตัวหนังสือเต็มพรืด

ผมได้เรียนรู้ว่า การสอนห้องใหญ่ไม่ต่างจากการแสดง นอกจากใส่ใจเนื้อหาแล้ว ต้องใส่ใจวิธีเล่าเรื่อง ลำดับเรื่อง และลีลาท่าทางไม่แพ้กัน

2. การประสานในหมู่ผู้สอนเป็นเรื่องสำคัญมาก เราพยายามคุยกับอาจารย์ผู้สอนทุกคนถึงเจตนารมณ์ของวิชานี้ รวมถึงวิธีการสอนที่อยากให้แตกต่างจากการบรรยายแบบธรรมดา

เราส่งเอกสารของอาจารย์คนอื่นในกลุ่มเดียวกันให้ดู เล่าบรรยากาศที่ผ่านมาให้แต่ละคนเตรียมรับมือ และแลกเปลี่ยนเนื้อหาและกรณีศึกษาที่จะใช้สอน

อาจารย์ทุกท่านตั้งใจเตรียมตัวกันมาอย่างดีมาก ทั้งเนื้อหาและวิธีการนำเสนอ จนพี่ปัญญาแห่ง pitv ที่ผมขอให้มาช่วยบันทึกเทปออกปากชมว่าฟังอาจารย์บางท่านในงานสัมมนามาหลายรอบ แต่ไม่เคยเจอครั้งไหนที่พูดสนุกจี๊ดจ๊าดขนาดนี้

หลายคนขุดทั้งเพลง หนัง สารคดี และสารพัดสื่อ มาประกอบการสอน

ผมต้องขอบพระคุณอาจารย์ทุกท่านมา ณ ที่นี้อีกครั้งหนึ่งครับ

อ.จิตติภัทร พูนขำ อ.ประจักษ์ ก้องกีรติ อ.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ อ.ประภาส ปิ่นตบแต่ง อ.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ อ.สฤณี อาชวานันทกุล คุณบรรยง พงษ์พานิช อ.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อ.ยุกติ มุกดาวิจิตร อ.วรพจน์ วงศ์กิจรุ่งเรือง

3. การให้นักศึกษามีส่วนร่วมในห้องสำคัญมาก ใครคิดว่าเด็กเรียนมากระดับพันคนจึงไม่จำเป็น ทำไม่ได้ บรรยายอย่างเดียวไปเลยดีกว่า ควรคิดใหม่ครับ ยิ่งนักศึกษามาก กลับยิ่งสำคัญต่างหาก มิเช่นนั้นดึงความสนใจของนักศึกษาไม่อยู่

การทำให้นักศึกษารู้สึกมีส่วนร่วมนั้นทำได้หลายระดับ ตั้งแต่สบตาให้ทั่วถึง ถามคำถาม เปิดให้แสดงความคิดเห็นและคำถาม ชวนเล่นเกม อาจารย์บางคนเดินทัวร์รอบห้อง ขึ้นไปถึงตัวนักศึกษาชั้นบนกันเลยทีเดียว

สอนไปสักพัก ผมก็รู้ว่าไมค์ตัวเดียวบนเวทีไม่พอ เลยขอไมค์ลอยเพิ่มอีกสามตัว แล้วให้ทีเอกระจายไปนั่งกระจายทั่วห้อง คอยวิ่งไมค์ตามมุมต่างๆ ของห้อง ชี้ถามบ้าง นักศึกษายกมือตอบเองบ้าง

กิจกรรมครั้งที่สนุกที่สุดน่าจะเป็นการจัดดีเบต ในหัวข้อ cosmopolitanism [อ่านประสบการณ์ได้ ที่นี่ ]

4. พูดถึงการถามคำถาม ผมคิดว่านักศึกษาสนใจมาก ครั้งแรกๆ อาจารย์ใช้เวลาสอนกันเต็มสามชั่วโมงหมด แต่ช่วงหลัง พอลองเผื่อเวลาให้นักศึกษาถามท้ายชั่วโมงก็ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ จาก 15 นาที เป็น 30 นาที และช่วงหลังเป็นการถามตอบยาว 1 ชั่วโมงเลยทีเดียว โดยผมขึ้นไปช่วยเป็นผู้ดำเนินรายการในชั่วโมงสุดท้ายให้

คำถามมาได้หลายทาง ทั้งยกมือถามสด เขียนใส่กระดาษมาให้ผมอ่านบนเวที แต่ที่มากที่สุดคือจากเฟซบุ๊กกรุ๊ปครับ

เราใช้เฟซบุ๊กกรุ๊ปในการสื่อสารกับนักศึกษาทั้งหมดในห้อง ทั้งอุ่นเครื่องแนะนำวิทยากร ทั้งเป็นคลังเก็บสไลด์ บทความ และเอกสารความรู้ที่เกี่ยวข้อง และทั้งเป็นเครื่องมือแจ้งข่าวสารในห้องเรียน

ตอนต้นชั่วโมง ผมจะไปโพสต์เปิดกระทู้ ให้นักศึกษาถามตรงถึงอาจารย์ทิ้งไว้เพื่อให้ได้ตอบกันปิดท้าย หลักของผมคือไม่ว่าคำถามจะมากขนาดไหน ผมจะอ่านบนเวทีทุกคำถาม เพื่อให้นักศึกษารู้สึกว่าเราให้ความสำคัญจริงๆ

การถามตอบแบบ real time ได้ สร้างความรู้สึกมีส่วนร่วมได้อย่างดี ผมได้ไอเดียนี้ชัดขึ้นมาพัฒนาต่อจากการคุยกับ อ.หญิงคณะนิติศาสตร์ ขอบคุณไว้ ณ ที่นี้อีกรอบ

5. การวัดผลนักศึกษาจำนวนมากขนาดนี้ อาจารย์หลายคนถอดใจใช้ข้อสอบปรนัยง่ายกว่า แต่ผมอยากลองดูมากกว่านั้น

สุดท้าย section เราตัดสินใจวัดผลด้วยการเขียนบทความ 3 ชิ้น ระหว่างเทอม เป็นเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง ส่วนปลายภาค คาดว่าจะออกทั้งข้อสอบปรนัยและอัตนัยผสมกัน

ในแง่การวัดผล บทความ 3 ชิ้นระหว่างเทอมอยากวัดความสามารถในการสังเคราะห์ วิเคราะห์อย่างเป็นระบบ และทักษะการเขียนเป็นสำคัญ ส่วนข้อสอบปลายภาคจะเน้นความรู้ความเข้าใจเป็นหลัก

6. การจัดการเรียนการสอนขนาดใหญ่แบบนี้ไม่มีวันทำคนเดียวสำเร็จ แต่ต้องมีทีมทีเอที่แข็งแกร่ง ทั้งความสามารถทางวิชาการ ทัศนคติที่ดี และการทำงานหนัก ผมภูมิใจมากที่ได้ร่วมงานและร่วมกิน(พิซซ่า) กับแม็ค ทราย ก้อย บิว ป็อป เฟิร์สต์ จิ๊ และโบ ขอบคุณมากๆ ครับ

และขอบคุณเป็นพิเศษกับ อ.วรพจน์ วงศ์กิจรุ่งเรือง อ.ฐิติรัตน์ พรสัมฤทธิ์กุล อ.เอด้า จิรไพศาลกุล ที่มาช่วยคิดช่วยทำและแวะเวียนมาเยี่ยมเป็นประจำ ที่สำคัญคือ อ.พิภพ อุดร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ชักชวนมาทำอะไรสนุกๆ และให้โจทย์ท้าทายครับ

เทอมหน้า เรายังคงมุ่งมั่นอยากพัฒนาให้ TU 101 สนุกและลงตัวยิ่งขึ้นไปอีกครับ

Print Friendly