ผลศึกษากระบวนการนิติบัญญัติไทย พบว่าประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุดในการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย แต่ยังมีปัญหาประสิทธิภาพและประสิทธิผลของกระบวนการ ซึ่ง 15 ปีที่ผ่านมาแทบจะไม่มีร่างกฎหมายที่ภาคประชาชนผลักดันสำเร็จออกมาเป็นกฎหมาย ส่วนขั้นตอนที่สำนักงานกฤษฎีกามีความล่าช้าที่สุด และประชาชนมีส่วนร่วมน้อยมาก จากปัญหาโครงสร้างกรรมการ ส่วนใหญ่มาจากข้าราชการเกษียณและเป็นนักกฎหมาย อยู่ในตำแหน่งยาวนาน นอกจากนี้ ความอ่อนแอของคณะรัฐมนตรี ทำให้ร่างกฎหมายที่ได้รับจากคณะรัฐมนตรีมีคุณภาพต่ำ เปิดช่องให้กฤษฎีกาใช้ดุลพินิจมาก เสนอปรับปรุงทั้งกระบวนการเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนและทุกภาคส่วน
Author: pokpong
ค่านิยม 12 ประการ ของคนธรรมศาสตร์
ก่อนที่มหาวิทยาลัยเราจะกลายเป็น ‘อธรรมศาสตร์’ ที่ยึดถือหลักอธรรมสัตย์ อธรรมรัฐ อธรรมชาติ และอยุติธรรม อย่าเพิ่งรีบปลงอนิจจัง เรามาช่วยกันรณรงค์ค่านิยม 12 ประการ ของคนธรรมศาสตร์ กันดีกว่าครับ
ทีดีอาร์ไอเผย 6 ปี รัฐออก กม. 335 ฉบับ – “วิษณุ เครืองาม” ติงรัฐบาลไม่มีแผนนิติบัญญัติ ปล่อยให้กระทรวงออกกฏหมายตามใจชอบ
นายปกป้อง จันวิทย์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้กล่าวถึงการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ในการเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายต่อรัฐสภาว่า ปัญหาของการเสนอร่างกฎหมายโดยประชาชน อยู่ที่ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของกระบวนการ โดยกระบวนการนำเสนอกฎหมายของภาคประชาชนนั้น มีความกระตือรือร้นที่จะมีส่วนร่วมทั้งในเนื้อหาและคุณภาพของร่างกฎหมาย
ดังนั้น การยกระดับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน จำเป็นต้องต้องลดต้นทุนในฝั่งภาคประชาชนให้ต่ำลง เช่น กำหนดให้การยื่นหลักฐานมีความยุ่งยากน้อยลง หรือยกเลิกข้อกำหนดให้ภาคประชาชนต้องเสนอร่าง พ.ร.บ. ทั้งฉบับ เหลือเพียงให้เสนอหลักการ ให้องค์กรที่มีความเชี่ยวชาญช่วยยกร่างกฎหมาย และเพิ่มบทบาทภาครัฐในการประชาสัมพันธ์ร่างกฎหมาย อำนวยความสะดวกหรือรับภาระค่าใช้จ่ายบางส่วน เช่น การถ่ายเอกสาร โดยต้องกำหนดระยะเวลาของรัฐสภาในการพิจารณาร่างกฎหมายจากประชาชน
ในกรณีที่รัฐสภาไม่เห็นชอบร่างกฎหมายที่ประชาชนเสนอ ให้มีการทำประชามติ และให้ประชาชนมีสิทธิยับยั้งร่างกฎหมายของรัฐสภาที่ไม่เห็นด้วยได้
เปิดบทเรียน 15 ปี วิกฤตเศรษฐกิจ 2540 กับ ทนง พิทยะ: “ผมก็ต้องขออภัยที่บางคนต้องเจ็บปวด”
ในวาระ 15 ปี วิกฤตเศรษฐกิจ 2540 ปกป้อง จันวิทย์ ชวน ทนง พิทยะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สมัยรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ หนึ่งในผู้ตัดสินใจลอยตัวค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 รำลึกความหลังถึงเหตุการณ์ในวันที่หลายคนปักหมุดหมายเป็นจุดตั้งต้นของวิกฤตต้มยำกุ้ง เชิญอ่านบทบันทึกปากคำประวัติศาสตร์ในหลายเรื่องที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน
15 ปี วิกฤตเศรษฐกิจ 2540 ประเทศไทยอยู่ตรงไหน – อัมมาร สยามวาลา
ในวาระครบรอบ 15 ปี วิกฤตเศรษฐกิจ 2540 ปกป้อง จันวิทย์ ชวน อัมมาร สยามวาลา เขียนประวัติศาสตร์วิกฤตต้มยำกุ้ง และตอบคำถามว่า 15 ปี ผ่านไป สังคมเศรษฐกิจไทย ไล่เรียงตั้งแต่สถาบันการเงิน ภาคเศรษฐกิจจริง ธนาคารแห่งประเทศไทย ภาครัฐไทย นักการเมือง นักวิชาการเศรษฐศาสตร์ จนถึงประชาชนคนเดินถนนทั่วไป เรียนรู้อะไร และปรับตัวอย่างไรหลังจากวิกฤตเศรษฐกิจ
ThaiPublica Forum ครั้งที่1 – “พ.ร.ก.โอนภาระหนี้กองทุนฟื้นฟู แก้ปัญหาหรือสร้างปัญหา?”
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า จัดเสวนาในหัวข้อ “พ.ร.ก.โอนภาระหนี้กองทุนฟื้นฟู แก้ปัญหาหรือสร้างปัญหา” โดยมีวิทยากรได้แก่ นางสุชาดา กิระกุล รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ ดร.คณิศ แสงสุพรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเศรษฐกิจและการคลัง (สวค.) นายพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ภัทร จำกัด (มหาชน) ดร.นิตินัย ศิริสมรรถการ อดีตผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง และอดีตรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด) บมจ. ท่าอากาศยานไทย ดำเนินการเสวนาโดย นายปกป้อง จันวิทย์ อาจารย์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เพียงชายคนนี้เป็นอาจารย์พิเศษ
การอ่านหนังสือเล่มนี้นอกจากจะได้อรรถรสสนุกสนานตามมาตรฐานคันฉัตร ‘ผู้เขียนอะไรก็น่าอ่าน’ แล้ว ยังได้เห็นเบื้องหลังชีวิตการทำงานของอาจารย์พิเศษคนหนึ่ง อ่าน ‘คันฉัตร’ แล้ว ผมรู้สึกชื่นชมที่เขาเป็น ‘อาจารย์ธรรมดา’ มองตัวเองเป็นคนธรรมดา ไม่ใช่ครูบาอาจารย์ผู้สูงส่ง อยู่เหนือลูกศิษย์ และผูกขาดความจริงของโลกของจักรวาล แบบกูคือความถูกต้อง กูถูกที่สุด ต้องฟังกูเท่านั้น ทั้งยังพยายามจะ ‘สอน’ และ ‘ให้โอกาส’ เหล่าศิษย์ของเขา ด้วย ‘ท่ายาก’ ไม่ใช่ ‘ท่ามาตรฐาน’ แบบกางตำรา อ่านพาวเวอร์พอยต์ และสอนไปวันๆ ตามหน้าที่
ในสังคมอำนาจนิยมผสมอนุรักษนิยมเช่นสังคมไทย อาจารย์ ‘ธรรมดา’ แบบคันฉัตรจึงมีความ ‘พิเศษ’ อยู่ในตัว เพราะเป็นเผ่าพันธุ์ที่หาได้ยากยิ่งในรั้วมหาวิทยาลัยไทย ควรค่าแก่การสงวนรักษาและขยายเผ่าพันธุ์ แม้ในประการหลัง ผมรู้ดีว่ามิควรคาดหวังเอาจากคันฉัตร (ฮา)
ตรวจภายใน ‘นิ้วกลม’
หนังสือเล่มนี้เป็นผลงานจากความชอบคิดช่างเล่าของนิ้วกลมอีกเล่มหนึ่ง จะต่างออกไปจากเล่มที่แล้วมาอยู่บ้างก็ตรงที่ คราวนี้นิ้วกลมขอสะกิดปลุกท่านผู้อ่านอย่างนุ่มนวลและนอบน้อมให้ ‘ตื่น’ ขึ้นมาสำรวจ ‘ตรวจภายใน’ ของกระแสการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมของสังคมโลกยุค ‘ดิจิตอลโดยกำเนิด’ อย่างการหิว like โหย comment คลั่งสะสม friend ทุ่มเทอัพ status บ้าถ่ายรูป แผลงแพลงกิ้ง ชิมิชิมิ ไปจนถึงปรากฏการณ์ในสังคมอย่างการกระหายข่าวดารา การต่อแถวยาวซื้อโดนัท การแจกถุงผ้า การอยู่คอนโด การดูผี รวมถึงเรื่องถนัดของเจ้าตัว อันได้แก่ ชุดนักศึกษารัดติ้ว สาวแอ๊บแบ๊วบิ๊กอาย นมตู้ม และกิ๊ก! (ฮา)
ปรากฏการณ์ ‘ภายนอก’ แห่งยุคสมัยที่เปลี่ยนไปส่งผลให้ ‘ภายใน’ ของผู้คนเปลี่ยนแปลงอย่างไร และ ‘ภายใน’ ที่เปลี่ยนแปลงสะท้อนกลับให้สังคม ‘ภายนอก’ กลายเป็นเช่นไร – เราจะอยู่กันอย่างไรในโลกใหม่ใบนี้ – นี่เป็นคำถามยากๆ ที่นิ้วกลมอยากทำความเข้าใจ และเสนอความคิดของเขามาแลกเปลี่ยนกับพวกเรา
‘จิตวิญญาณ’ แห่ง ‘ประชาธิปไตย’ และ ‘ประชาธิปไตย’ เชิง ‘จิตวิญญาณ’: ทัศนะว่าด้วยการเมืองร่วมสมัย ประชาธิปไตย และการปฏิรูปประเทศไทย ของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
ท่ามกลางความร้อนรุ่มและเครียดคลั่งของสถานการณ์การเมืองไทย October ชวน ‘เสกสรรค์ ประเสริฐกุล’ ในวันที่ถอดหมวกวาง และรักที่จะใช้ชีวิตกับ ‘ความว่าง’ อย่างไม่ถูกคุมขังอยู่ในคำนิยามใดๆ มาสนทนาเรื่องการเมืองร่วมสมัย ประชาธิปไตย และการปฏิรูปประเทศไทย
กล่าวอย่างรวบรัด สำหรับเสกสรรค์แล้ว “ประชาธิปไตยคล้ายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เปิดพื้นที่ให้คนบรรลุศักยภาพของตน ไม่ใช่แค่การเลือกตั้ง แต่เป็นระบบกระจายอำนาจ กระจายโอกาส และกระจายทางเลือกในการใช้ชีวิตให้กับคน ซึ่งรวมทั้งทางเลือกทางจิตวิญญาณด้วย”
กล่าวอย่างละเอียดถี่ถ้วน ขอเชิญท่านผู้อ่านละเลียดบทสนทนาความยาวกว่า 3 ชั่วโมงว่าด้วย ‘จิตวิญญาณ’ แห่ง ‘ประชาธิปไตย’ และ ‘ประชาธิปไตย’ เชิง ‘จิตวิญญาณ’ ได้นับจากบรรทัดนี้
เศรษฐกิจไทยในโลกที่เปลี่ยนแปลง กับเกษียร เตชะพีระ
ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา และปกป้อง จันวิทย์ – สัมภาษณ์
เมื่อวิกฤตเศรษฐกิจโลกเกิดขึ้นอีกครั้ง เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยจะรับมืออย่างไร และเมื่อทุนนิยมโลกตกหล่มอีกหน นักวิชาการที่ไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์จะอธิบายที่มา และการปรับตัวอย่างไร
เกษียร เตชะพีระ จะมาให้ข้อคิดเห็นด้วยมุมมองทางรัฐศาสตร์-เศรษฐศาสตร์
และมันน่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะเสียงเสียงนี้ ไม่ใช่เสียงของนักเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก–เสียงที่ผูกขาดการอธิบายสภาพเศรษฐกิจในสังคมไทยเสมอมา
“ทางออกที่หวังพึ่งตะวันตกให้เป็นแหล่งบริโภคของโลกมันพึ่งไม่ได้แล้ว ทิศทางที่จะไปต่อคือการหันมาเน้นตลาดในประเทศ การกระจายรายได้ให้เสมอภาคมากขึ้น และสร้างรัฐสวัสดิการรองรับคนในสังคม ซึ่งจะเป็นจริงได้ ต้องอาศัยพลังการเมือง แต่ประชาธิปไตยแบบที่เรามี ถูกออกแบบมาให้ไม่ต้องรับใช้ประชาชน มันถูกออกแบบมาให้เป็นเครื่องมือของชนชั้นนำตลอดมา” – เกษียร เตชะพีระ



