เราจะเห็นร่องรอยความหวาดเกรงต่ออุดมการณ์เสรีนิยมใหม่ในแถลงการณ์ของ คปค. อย่างชัดเจน (ดูตัวเน้นดำโดยผู้เขียน) จนดูราวกับว่า การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจไทยไม่มีทางเลือกอื่นใดแล้ว นอกเหนือจากการเปิดเสรีการค้าและเปิดเสรีการเงิน ส่งเสริมการส่งออก เพิ่มบทบาทภาคเอกชน ดึงดูดเงินลงทุนจากต่างชาติ ไม่ว่าผู้มีอำนาจรัฐจะมีที่มาด้วยวิถีทางชอบธรรมโดยการเลือกตั้งแบบ ประชาธิปไตย หรือขึ้นสู่อำนาจด้วยวิถีทางไม่ชอบธรรมอย่างรัฐประหารก็ตามที นโยบายเศรษฐกิจเหมือนจะถูกกำหนดมาให้คงที่ล่วงหน้าอยู่แล้ว ประเทศกำลังพัฒนาเล็กๆ ที่มีระดับการเปิดประเทศสูงอย่างไทย ต้องเป็นผู้รับนโยบายเศรษฐกิจระดับโลก (policy taker) อย่างมิอาจแข็งขืน
ประชาธิปไตย
การเมืองเรื่องโลกร้อน
จุดใหญ่ใจความของเรื่องนี้อยู่ตรงบทบาทและท่าทีของรัฐบาลในการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมนี่เองว่า รัฐบาลควรจะเข้ามาจำกัดควบคุมการผลิตของภาคเอกชนเพียงใด หากปล่อยให้เอกชนตัดสินใจผลิตตามกลไกตลาดเพื่อกำไรสูงสุด ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมย่อมมีมากขึ้นเกินระดับที่เหมาะสม เพราะการผลิตสินค้าก่อให้เกิดต้นทุนต่อสังคม (Social Cost) เช่น ปัญหามลพิษ ปัญหาโลกร้อน ซึ่งผู้ผลิตในตลาดไม่คำนึงต้นทุนดังกล่าว เพราะสนใจเฉพาะต้นทุนที่ตกกับตัวเอง (Private Cost) เท่านั้น หากต้องการลดต้นทุนต่อสังคมลง รัฐบาลก็ต้องเข้ามาแทรกแซงความล้มเหลวของตลาดในส่วนนี้ โดยการจำกัดปริมาณการปล่อยคาร์บอน เป็นต้น แม้อาจจะทำให้ต้นทุนของภาคอุตสาหกรรมสูงขึ้น แต่ก็ช่วยลดต้นทุนต่อสังคมจากการผลิตลง
การเมืองเรื่องเศรษฐกิจ
อ่านการเมืองเรื่องเศรษฐกิจของประเทศอเมริกาแล้ว คงเห็นว่า ไม่ว่าประเทศใดในโลก นโยบาย ‘ลด-แลก-แจก-แถม’ ทางเศรษฐกิจยังขายได้เสมอ แต่ของเขา นโยบายฟากหนึ่ง รัฐใช้จ่าย ลดภาษีคนจน แต่เก็บภาษีคนรวยและบริษัทเพิ่มมากขึ้น นโยบายอีกฟากหนึ่ง ลดภาษีเอกชน ปล่อยให้เอกชนมีบทบาทนำทางเศรษฐกิจ แต่คุมการใช้จ่ายของรัฐ ส่วนประเทศไทย มีนโยบายฟากเดียว รัฐใช้จ่ายมากขึ้น แถมลดภาษีกันถ้วนทั่วทุกกลุ่มเสียอีก
แล้วมันจะไปรอดได้อย่างไร?
McCainomics VS Obamanomics
บล็อกของโรเบิร์ต ไรช์ นำเสนอบทวิเคราะห์ว่าด้วยความแตกต่างระหว่างนโยบายเศรษฐกิจของ จอห์น แม็คเคน และบารัค โอบามา ไรช์ชี้ให้เห็นความคิดต่างของทั้งคู่ลึกลงไปถึงระดับ ‘ปรัชญา’ พื้นฐานของแนวนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการทำความเข้าใจอุดมการณ์ทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกันระหว่างพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครต
หากจะสรุปให้อ่านในหนึ่งย่อหน้าก็คือ เศรษฐกิจแบบแม็คเคน (McCainomics) สะท้อนเศรษฐทัศน์แบบ ‘บนลงล่าง’ (Top-Down) อย่างชัดเจน ขณะที่เศรษฐกิจแบบโอบามา (Obamanomics) สะท้อนเศรษฐทัศน์แบบ ‘ล่างขึ้นบน’ (Bottom-Up) อย่างชัดเจน
การเมืองภาคประชาชนในรัฐธรรมนูญ
จากประสบการณ์ที่สังคมการเมืองไทยได้ใช้รัฐธรรมนูญ 2540 มาร่วมหนึ่งทศวรรษ พบว่ารัฐธรรมนูญฉบับ 2540 มีปัญหาสำคัญบางประการในบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิ เสรีภาพ และการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ซึ่งควรได้รับการแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น เพื่อให้รัฐธรรมนูญสามารถคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนได้จริง และเพื่อเปิดพื้นที่ทางการเมืองให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองได้ อย่างกว้างขวางขึ้นและมีต้นทุนต่ำกว่าที่เป็นอยู่
เมื่อประชาธิปไตยถูกลักเล็กขโมยน้อย
กกต. ทำตัวเป็นเทวดาที่มีนิ้วเพชร มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายผู้สมัคร แทนที่จะให้นิ้วเพชรนี้อยู่กับประชาชน
การแข่งขันด้านนโยบายของแต่ละพรรคการเมือง จึงไม่มีความสำคัญเท่าการระมัดระวังตัว ไม่ให้ผิด “กฎศักดิ์สิทธิ์” ของกกต. การเลือกตั้งได้เพิ่มระดับของการแข่งขันกันทาง “เทคนิค” ผู้หาช่องว่างของกฎระเบียบได้เก่งกว่าคือผู้ชนะ การแข่งขันเชิงนโยบายระหว่างตัวผู้สมัครถูกลดทอนคุณค่าลง
คุณสมบัติของนักการเมืองที่ดีในปัจจุบัน จึงมิใช่เฉพาะการพูดจาปราศรัยเก่ง การขยันลงพื้นที่ หากต้องทำตัวเป็นนักสืบ เพื่อดูพฤติกรรมฝ่ายตรงข้ามว่าเพลี่ยงพล้ำต่อ “กฎศักดิ์สิทธิ์” ของกกต.ข้อใดบ้าง ที่สำคัญ ต้องมีนิสัยเป็น “เด็กขี้ฟ้อง”
การเมืองนิ่งและข้อคิดสำหรับนายกรัฐมนตรี
รัฐบาลในสังคมประชาธิปไตยมีที่มาจากมติของสังคมส่วนรวม รัฐบาลได้รับมอบหมายจากประชาชนให้มาเป็น “ตัวแทน” ช่วยดูแลสังคมผ่านระบบการเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีหาใช่ “เจ้าของ” ประเทศ และประเทศไทยก็มิใช่ “บริษัท” ที่นายกรัฐมนตรีนึกจะทำอะไรได้เบ็ดเสร็จตามใจฉัน แม้จะเห็นว่าทิศทางของตนเป็นประโยชน์กับสังคมโดยปราศจากผลประโยชน์ส่วนตนและส่วนพวกพ้อง (ซึ่งเถียงกันได้ว่าเป็นไปได้จริงหรือไม่) ก็ตาม
หากนายกรัฐมนตรีไม่เห็นด้วยกับมติของสังคมในช่วงเวลาหนึ่งก็ต้องแลกเปลี่ยนถกเถียงกับสังคมอย่างเปิดเผย โปร่งใส หาใช่ทึกทักและมุบมิบทำตามความต้องการส่วนตนและส่วนพรรค โดยอ้างเพียงว่าประชาชนได้มอบอำนาจมาให้แล้ว
ธรรมศาสตร์เมื่อวานนี้ ธรรมศาสตร์วันนี้
ธรรมศาสตร์เมื่อวานนี้ ธรรมศาสตร์วันนี้
เมื่อวานนี้ ผมไปงานปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ของคณะที่รังสิต อาจารย์กับนักศึกษาไปถ่ายรูปหมู่กันที่อนุสาวรีย์ป๋วยหน้าอาคารเรียนรวม ผมชี้ให้เพื่อนอาจารย์ดูแผ่นจารึกถ้อยคำของ อ.ป๋วย ข้างอนุสาวรีย์
เพื่อนผมถ่ายรูปมาลงเฟซบุ๊ก แล้วเขียนว่า “ป้ายที่ถูกลืม”
อ่าน Rethinking Democracy ของ ดานี ร็อดริก
ผู้คนจำนวนมากในประเทศเหล่านั้นอาจเลือกทางผิด คิดว่าเผด็จการทหารเป็นทางออก พวกนักเศรษฐศาสตร์ก็แอบชอบสนับสนุนให้ยกอำนาจการทำนโยบายสาธารณะให้เหล่าเทคโนแครตเสียเลยจะดีกว่า
ร็อดริกพยายามจะบอกเราว่า นั่นไม่ใช่ทางออก เพราะวิถีอำนาจนิยมเหล่านั้นบั่นทอนอนาคตของประชาธิปไตยในระยะยาว เหตุผลสำคัญคือ มันกั้นขวางการพัฒนา ‘วัฒนธรรม’ ที่สำคัญในการสร้างประชาธิปไตย นั่นคือ การประนีประนอมหาจุดร่วมแบบไม่สุดขั้วระหว่างประชาชนกลุ่มต่างๆ ตราบเท่าที่ทหารมีอำนาจสูงสุด ประชาชนแต่ละกลุ่มจะมัวแต่คิดหาทางวิ่งเข้าหาหรือเอาชนะใจผู้มีอำนาจ แทนที่จะมุ่งต่อรอง แลกเปลี่ยน เอาชนะใจประชาชนกลุ่มอื่นๆ ด้วยกันเอง
แถลงการณ์ที่ไม่ได้ใช้
แถลงการณ์คัดค้านรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557
พวกเรา ….. ตามรายนามด้านล่างนี้ ขอคัดค้านการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เนื่องจากเป็นการกระทำที่ทำลายระบอบและวัฒนธรรมประชาธิปไตย ลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ละเมิดหลักนิติธรรม และบั่นทอนโอกาสในการปฏิรูปประเทศไทย
การแก้ไขวิกฤตการณ์ทางการเมืองด้วยวิถีทางนอกระบบย่อมไม่สามารถจัดการกับปัญหาต่างๆ ที่ซับซ้อนและล้วนเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างได้อย่างแท้จริง กลับจะยิ่งทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น ทวีความขัดแย้งให้หนักหน่วงขึ้นในระยะยาว จนอาจนำไปสู่โศกนาฏกรรมของสังคมในอนาคต

